Saturday, December 29, 2007

การดูโหงวเฮ้งอาจจะไม่ใช่เรื่องหลอกลวง(ไปทั้งหมด)!!!

(เรื่องนี้ต่อจาก ทำไมการดูชะตาชีวิตด้วยวันเดือนปีเกิดจึงไม่น่าจะทำได้)

ผมอ่านเนชั่นสุดสัปดาห์ ประจำวันที่ 28 ธันวาคม 2550 ถึงบทความเรื่อง "ระทึก 'เหลือง-แดง' ลุ้นเอกภาพ '5 อรหันต์' ปัจจัยชี้ขาดศึกชิงอำนาจ" ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการที่ หนึ่งในห้ากรรมการ กกต. ดูเหมือนจะทำงานชักช้า เหมือนใส่เกียร์ว่าง ไม่ทำหน้าที่ของตนให้เต็มที่

ผมเคยได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับเรื่องนี้มานานแล้ว แต่จำชื่อคนใส่เกียร์ว่างไม่ได้ ผมเลยดูรูป กรรมการ กกต. ทั้งห้า แล้วถามตัวเองว่า "ถ้าดูจากหน้า ใครเป็นกังฉินเอ่ย" แล้วผมก็เลือกหน้าไว้หนึ่งหน้า จำชื่อไว้ แล้วอ่านบทความ

ตรงเผง!

ผมเลยวิ่งไปหาคนในบ้านอีกสี่คน (ทีละคน มีเพียงคนเดียวที่มี DNA คล้ายผม) ให้แต่ละคนเลือกหน้าหนึ่งหน้า หลังจากผมตั้งคำถามว่า "ให้ดูหน้าคนเหล่านี้ ไม่ต้องคิดอะไรมาก คนไหนเป็นกังฉิน"

ตรงเผงทุกคน!!

ถ้าใครสนใจดูรูป(และบทความส่วนหนึ่ง)ที่ผมสแกนไว้ขนาดใหญ่หน่อยได้ที่นี่นะครับ ลองดูว่าทายถูกไหม หรือไม่งั้นก็ไปซื้อเนชั่นสุดสัปดาห์ ประจำวันที่ 28 ธันวาคม 2550 มาอ่าน หนังสือเขามีอะไรดีๆนอกจากบทความนี้อีกเยอะ
--- - ---- - ----- ---------
ป.ล.

1. โอกาสที่คนห้าคนจะทายตรงกันว่ากังฉินคือคนไหนโดยมีสมมติฐานว่าหน้าคนไม่มีความสัมพันธ์กับความเป็นกังฉิน (pure-chance model) = 1/5 x 1/5 x 1/5 x 1/5 x 1/5 = 1/3,125 หรือประมาณ หนึ่งในสามพัน

2. คนเขียนข่าวอาจจะเลือกรูปที่ดูกังฉินมากๆมาให้เราดูก็ได้ ถึงทายถูกง่ายๆ

3. ถ้าคุณคิดว่าคุณดูโหงวเฮ้งได้ ลองไปแยกแยะ ระหว่างฆาตกรต่อเนื่องและนักคอมพิวเตอร์ที่ Programming Language Inventor or Serial Killer? หรือแยกแยะระหว่าง ผู้อ่านข่าวและนางเอกหนังโป๊ที่ Fox News Anchor or Porn Star?

4. เก๊าเพื่อนผมเป็นคนแรกที่บอกผมว่าในบรรดา "ศาสตร์" ที่(น่าจะ)หลอกลวงชาวบ้านทั้งหลาย (เช่น โหงวเฮ้ง โหราศาสตร์ ดูลายมือ เลขนำโชค ปลุกเสกพระเครื่อง ฮวงจุ้ย ผูกดวง แก้เคราะห์ เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนชีวิต ดูฤกษ์แต่งงาน หินนำโชค จ่ายเงินมากๆแล้วมีโอกาสถึงนิพพาน ฯลฯ) โหงวเฮ้งอาจมีความจริงปนอยู่มากที่สุด เพราะอาจจะมีความสัมพันธ์ทางกายภาพ (DNA และความเครียด) กับความประพฤติ สงสัยว่าเขาจะพูดถูก

5. สำหรับคนที่ไม่มีอารมณ์ขัน ผมเขียนเรื่องนี้แบบไม่ซีเรียสนะครับ อย่าเครียด

Monday, December 24, 2007

ระวังการเลือกตั้งด้วยเครื่องอิเลคทรอนิค e-Voting

ในที่สุดรัฐ Ohio สหรัฐอเมริกาก็ออกมาเปิดเผยผลสอบความ(ไม่)น่าไว้วางใจ ในการลงคะแนนเลือกตั้งด้วยเครื่องอีเลคทรอนิค (e-voting, สรุปอ่านง่ายๆที่นี่)

ผมปักใจเชื่อว่ามีการโกงเลือกตั้งในสหรัฐในปี 2000 และ 2004 เนื่องจากผลคลาดเคลื่อนจากโพลที่มีมาตรฐาน (ผลคลาดเคลื่อนเป็นบวกกับ Republican เสมอในทุกแห่งที่มีความคลาดเคลื่อน นอกจากนี้ยังคลาดเคลื่อนเฉพาะในเขตที่ใช้ e-voting ด้วย, อ้ออีกอย่าง ผมพูดถึงโพลมีมาตรฐานเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่โพลไม่มีมาตรฐานเช่นอันนี้ )

ถ้ามีผู้แทนในประเทศไทยมาเสนอ e-voting ผมขอแปลงคำเตือนของ Don Corleone ในหนัง The Godfather มาใช้ว่า "Listen, whoever comes to you with this e-voting meeting he's the traitor. Don't forget that." คนที่จะนำเสนอไม่ Stupid (ไม่รู้ว่า e-voting โกงง่าย) ก็ Evil (กะจะโกงซะเอง) ล่ะครับ

--- - ---- - ----- ---------
P.S. ตอนผมเป็น Freshman ที่ Caltech อาจารย์ให้การบ้านให้ออกแบบการลงคะแนนเสียงแบบ e-Voting ปรากฎว่าทุกคนทำผิดหมดเพราะอาจารย์แค่ถามเพิ่มว่าคุณรู้ได้อย่างไรว่าผลไม่ถูกเปลี่ยนแปลง ใบ้กันไปหมดครับ

Sunday, December 16, 2007

Solving Sudoku Puzzles

I was thinking about writing a program to solve Sudoku puzzles for fun. Before I started writing, I did a quick Google search to see what programs are available. The search turned up many results, the most impressive of which is this essay by Peter Norvig (who co-wrote a famous AI book and is currently the Director of Research at Google)

The full Python source is only about 100 lines and it solves hard Sudoku puzzles very quickly. Therefore, my plan to write the ultimate Sudoku solver is derailed by Dr. Norvig's brilliance

:-D

By the way, Dr. Norvig has a lot of interesting essays that anyone working with computers should take a look. My favorites are Gettysburg Powerpoint Presentation (hilarious), Einstein '05 Performance Review (even more hilarious!), Teach Yourself Programming in Ten Years (no, not a joke, but wise), and The Python IAQ: Infrequently Answered Questions.
--- - ---- - ----- ---------

P.S. I also found this extremely hilarious link about how NOT to solve Sudoku. (You need to click on Ron Jeffries' attempts for hilarity.)

Saturday, December 15, 2007

Microsoft Has An Upgrade For Vista Already!

Check out this cool review :-)

I already have it on my ThinkPad and it's pretty good. I heard many people upgraded their Vista-bundled PC to this OS too.

Thursday, December 13, 2007

เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.)

เราคงจะหวังให้รัฐบาลประเทศไทยในอนาคตอันใกล้ (คือในชาตินี้) ปรับปรุงตัวให้เป็นแก่นสารไม่ได้ ดังนั้นประชาชนก็คงต้องต่อสู้เพื่อสิทธิของตนเอง

องค์กรที่ผมอยากแนะนำวันนี้ก็คือ เครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ลองเข้าไปอ่านดูครับ สามารถรับสมัครรับข่าวสารได้ รวมถึงสมัครเป็นสมาชิกเพื่อมีส่วนร่วมในการต่อสู้เพื่อสิทธิของประชาชนธรรมดาอย่างเราด้วย

ถ้าไม่รู้จะอ่านอะไรก่อน ก็ลองอ่านอันนี้ดูครับ จะได้รู้ซึ้งถึงความหน้าไม่อายของพรรคที่ได้ทำ และจะทำความเสียหายระยะยาวต่อลูกหลานพวกเรา ไม่ยาวมากหรอกครับ จะได้ช่วยกันบอกเพื่อนๆว่าอะไรเป็นอย่างไร

Tuesday, December 11, 2007

Immunize Yourself Against Business How-To B.S.

Before you read your next business how-to book, you should really check out "The Halo Effect: ... and the Eight Other Business Delusions That Deceive Managers." to immunize yourself from plausible, but false, claims in those books. You should be better armed to spot bad reasoning contained in books that might otherwise waste your time.

I'm ashamed to admit that in my youth, I read a lot of business how-to books. Over a few years, I realized that the claims in the books were quite sloppily supported by evidence. I then stopped reading most of them. A few years back, I heard of a book called "Fooled by Randomness: The Hidden Role of Chance in Life and in the Markets" and the title got me interested enough to read it and found it to be very instructive. When the author of Fooled by Randomness mentioned The Halo Effect, I checked it out also.


Python: Programming Is Fun Again!

A comic from xkcd.com:


My thought exactly.

Any programmer can learn it in an afternoon and be productive in a day. As a bonus, the code is naturally easier to read, so after half a year, I can pick up my own old code again in 10 seconds. And I'm just an average amateur programmer. (Amateur = doing it for love; Professional = doing it for money. Look at the etymology here and here.)

All CS students should at least know about it. I don't understand why introductory programming classes in Thailand are being taught with C, C++, C#, or Java while half the class would copy the other half's homework. No learning happens in half of the brains!

My posts about Python in the past are here.

Friday, November 30, 2007

The Secret To Raising Smart Kids

If you are a parent, this Scientific American article is probably one of the most important ones you will read about how to raise your children.

The article summarizes how parents might unintentionally harm their kids by praising them the wrong way.

It seems that tenacity is generally more important than talents. The willingness to learn and fail is necessary for people to develop. In my personal experience of meeting many genuine mathematical and scientific geniuses, this is generally true.

Thursday, November 29, 2007

I Think I Have The Fastest DVD Writer In The World,...

...unfortunately, my DVD-R blank disc only supports up to 8X speed. Click the image below to see a larger version.


The speed is precisely (2^31) - 1 = 2,147,483,647 KB/sec.
:-D

Wednesday, November 28, 2007

จดหมายที่พลาดรางวัล 0.1 ล้านบาท

ผมส่งจดหมายนี้ไปชิงรางวัลน้ำมัน Caltex เมื่อต้นปีแต่ไม่เคยได้ข่าวอะไรอีกเลย แต่เห็นว่าอาจจะมีประโยชน์กับท่านอื่นๆเลยมาไว้ที่นี่ครับ

ผมประหยัดน้ำมันได้ประมาณ 15% จากการขับระมัดระวังขึ้นครับ ถ้าสนใจการประหยัดมีคนที่ทำวิธีแปลกๆที่ได้ผลยิ่งขึ้นไปอีกครับ


ผมพบว่าน้ำมันของ Caltex กับ Esso วิ่งได้ไกลกว่าอันอื่นครับ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร อาจจะเป็นการเก็บน้ำมันก็ได้ ไม่รู้เหตุผลแน่นอนครับ ยังไงถ้าใครทำการทดลองอื่นๆอีกมาแบ่งปันข้อมูลกันก็ได้นะครับ

--- - ---- - ----- ---------
12 มีนาคม 2550

สวัสดีครับ

ผมส่งเรื่องราวของผมมาให้พิจารณาครับ ผมได้ทำการทดลองและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับมาได้สองปีแล้ว

เครื่องรถของผมมีขนาด 2,800 cc และตัวรถก็ค่อนข้างหนัก เมื่อก่อนผมมีนิสัยการขับแบบไม่คำนึงถึงความประหยัดเท่าไรนัก จนกระทั่งเวลาสองปีที่ผ่านมาที่ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมจึงพยายามเปลี่ยนวิธีขับรถให้เป็นวิธีที่ประหยัดมากขึ้น รวมถึงได้ทดลองใช้น้ำมันยี่ห้อต่างๆที่มีขายอยู่ ผมทำการคำนวณระยะทางเป็นกิโลเมตรต่อน้ำมันหนึ่งลิตรในทุกครั้งที่ผมเติมน้ำมัน ใช้เวลาทดลองอยู่ประมาณ 8 เดือน ผลก็คือผมพบว่ามีความแตกต่างที่วัดได้เมื่อผมปรับปรุงพฤติกรรมการขับของผม หลังจากทำการทดลองเสร็จผมก็ใช้น้ำมันเบนซิน 95 คาลเท็กซ์ +Techron ตั้งแต่นั้นมา

ผมขับรถโดยคำนึงถึงความประหยัดดังนี้ครับ

1. ไม่เร่งเครื่องแรงๆโดยไม่จำเป็น
2. วางแผนชะลอความเร็ว จะได้ไม่ต้องเบรกกระชั้นชิด และไม่ต้องเร่งเครื่องเกินความจำเป็นแล้วก็ต้องรีบหยุด
3. รักษาความเร็วเฉลี่ยไว้ไม่เกิน 90-100 กม/ชม. ผมพบว่าที่ความเร็วระหว่าง 90-140 กม/ชม. การสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะแปรผันตรงกับความเร็ว เช่นขับรถที่ 120 กม/ชม. จะสิ้นเปลืองกว่าที่ 100 กม/ชม. ประมาณ 20% เมื่อขับถึงจุดหมายเดียวกัน (เพราะ 120 กม/ชม. มากกว่า 100 กม/ชม. อยู่ 20% จึงสิ้นเปลืองกว่าประมาณ 20%)
4. วางแผนเส้นทางเดินทาง และเวลาการเดินทางเพื่อลดการจราจรติดขัด และเวลาที่จอดรถเผาน้ำมันไปเปล่าๆ
5. ใช้น้ำมันเบนซิน 95 คาลเท็กซ์ +Techron หลังจากได้เปรียบเทียบกับน้ำมันยี่ห้อต่างๆแล้ว ผมพบว่าน้ำมันของคาลเท็กซ์ดีกว่าบางยี่ห้ออย่างเห็นได้ชัด (วัดจากจำนวนกิโลเมตรต่อน้ำมันหนึ่งลิตร) รวมถึงเสียงเครื่องยนต์ก็เรียบทำให้น่าเชื่อว่าการทำงานของเครื่องยนต์คงจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผมพบว่าการขับรถโดยคำนึงถึงความประหยัดดังกล่าว ทำให้สามารถประหยัดน้ำมันในการขับทั่วไปจาก 8.2 ± 0.2 กิโลเมตรต่อลิตร กลายเป็น 9.4 ± 0.2 กิโลเมตรต่อลิตร หรือประหยัดได้ประมาณ 15% อย่างง่ายๆเลยทีเดียว ขณะที่เวลาที่ใช้ในการเดินทางก็เท่าเดิม เนื่องจากความเร็วเฉลี่ยเท่าเดิม แต่ประหยัดเงินและทรัพยากรได้ชัดเจน อีกทั้งยังมีความปลอดภัยจากความเร็วที่ไม่สูงเกินไป และไม่ลำบากในการปฏิบัติแต่อย่างใด (ผมตรวจสภาพรถ เครื่องยนต์ และลมยางให้อยู่ในสภาพปกติเสมอ เลยไม่ได้ทดลองเปรียบเทียบการใช้น้ำมันเวลาสภาพรถผิดปกติ)

ขอแสดงความนับถีอครับ

ดร. พงศกร สายเพ็ชร์

Sunday, November 25, 2007

Yet Another Example In Which Power Corrupts


Here is another cautionary tale of giving power to religions. No matter how noble the teachings sound, when there is a power hierarchy, unscrupulous men will more likely climb to the top and do evil things under "religious" supreme authority. Rational arguments with these religious power-holders are impossible since their religious belief says they are absolutely right and anybody who disagrees is wrong.

The funniest/most ironic sentence in the article for me is "Here is a historical irony: the first Dalai Lama was installed by a Chinese army."

You might ask, what would be an alternative to blindly uncritically following a religion then? I think you can start with Humanism and won't be too wrong. Also, practicing the more reasonable teachings in each religion while ignoring the blatantly stupid ones would be a good guide to life.

--- - ---- - ----- ---------
P.S.

1. I don't automatically say a religion is non-sensical. However, to a very high probability, if you use the "and" conjunctive between all teachings in a religion, the result would be false. (Since True and True and True and False = False.) While there are many true/applicable/moral things in each religion, the trick is to separate the true/applicable/moral teachings from non-sensical ones. I think our ability to discern which is which would be enhanced if we subscribe to humanism in the first place.

2. See Buddhism role in my Things to Teach My Children (Version 1.0). Even there, my children and I must have some ability to separate the good parts from the non-sensical parts.

3. You can guess my stance on mixing Buddhism and Constitution in Thailand. The last attempt of such mixing was significantly sponsored by a certain temple known for its exquisite blend of {Buddhism + Greed + Capitalism + Conflicts of Interest + Human Stupidity} that would have benefited greatly from a state-backed religion. Thank goodness there were enough people with clear head in the parliament.

Friday, November 23, 2007

DIY Synthetic Biology


I just found another branch of knowledge that my children should play with when they grow up a bit. They can hack bacteria to do interesting things!*

I think Thailand could have a shot at doing significant work in this field. To start, drop by the Registry of Standard Biological Parts and look through the catalog of what is available. You can start on this page. Maybe we can make bacteria clean up our pollution or collect energy for us or something much more imaginative.

This reminds me of a sci-fi story I read many years ago titled "The Self-Made Man" (or something similar, I'm not sure) where children got genetic-engineering kits as gifts and the protagonist, starting as an enforcement agent/assassin of a GMO-producing corporation, created an empire based on genetic-engineered inventions. I think I have a good chance to see that sci-fi story becomes reality.

Or we will become extinct because of some stupid mistake.

--- - ---- - ----- ---------
*If you think bacteria are yucky, I would like to remind you that the number of bacterial cells in your body outnumbers your own human cells 10 to 1! Read this article to blow your mind :-)

For an easy overview of cells, see this HowStuffWorks: How Cells Work article.

Human is a giga-peta-engineering project of cells. Isn't it funny that the living peta-system is now studying nanotechnology?

Thursday, November 22, 2007

Steel Poetry*: One Pilot's Description of His Plane




The SR-71 Blackbird is one of my all-time favorite airplanes. (Others are A-10 Warthog (look at it's 30mm Gatling gun!), Messerschmitt Bf 109, P-51 Mustang, and F-4 Phantom. I spent a lot of time when I was between 10 to 16 poring over various weapon systems.)

Note that in the article, the plane flew at more than Mach 3 (or three times the speed of sound.) For comparison, handgun bullets travel around Mach 1. Rifle bullets travel around Mach 2. The SR-71 plane is literally faster than the speeding bullets!

More info about the plane at the Wikipedia article. A lot of interesting info. For example, do you know that when the plane is not flying, the fuel would leak from its body since it was designed to fly at high speed so the friction would heat up, expand, and seal the joints in the plane?

--- - ---- - ----- ---------

*Actually, the title should be Titanium Poetry since the the plane is mostly titanium.

The Best Definition Of Web Services :-D

Web Services (noun): A software development meme that espouses the notion of tying together disparate software components via a crude, non-typesafe, remote procedure call (RPC) mechanism that consists of sending and receiving data encoded in an excessively verbose, plaintext format (XML) over a largely inelegant, stateless file transfer protocol (HTTP).

I found the above definition in the Bourne Shell Server Pages website.

Additional choice quotes:

"The basic idea behind all server page technologies is this: rather than writing code that generates an HTML document on-the-fly by writing it out as a series of print statements, you start with a "skeleton" HTML document and embed the code right inside it. Voila! Instead of having a tangled, unreadable, unmaintainable mess of HTML embedded in source code, you have a tangled, unreadable, unmaintainable mess of source code embedded in HTML."

"Bourne Shell Server Pages are ordinary ASCII text files, with the special extension .shit, which denotes "Shell-Interpreted Template." The result of invoking the page compiler on a .shit file, is, naturally, a shell script. (It occurred to me that this file extension might seem objectionable to some, but since it quite accurately—if unintentionally—conveyed my sentiments toward Web technology in general, I decided that it should be left unchanged.)"

"Despite the fact that building Web applications is about as enjoyable as having one's private parts caught in a cement mixer, it continues to be an extremely popular software development paradigm."

"Installation is left as an exercise for the reader."

Wednesday, November 21, 2007

Some Links For Educational Books

I'm collecting resources for my children's education. Here are some links for educational books I found.

For teaching children to read in English: Free-reading.net and Starfall.com.

A Wikimedia project focusing on books: Wikibooks.

Classic English books: 48 Classic Books to Boost Your Learning Experience.

นิตยสารดีที่สุดในสยามประเทศ


ออกมาได้ครบปีแล้ว ผมติดตามทุกเล่มตั้งแต่ฉบับแรก
แนะนำให้ลองอ่านครับ ฮิฮิ ราคาห้าห้าเท่านั้น

Monday, November 19, 2007

An Invitation To See Me Making A Fool Of Myself

Tomorrow (November 20, 2007), I'm a guest speak on a panel at the ICT Expo 2007 discussing "Societal Issues in the Digital World." My co-panelists are the distinguished lady and gentleman Ms. Suwipa Wanasathop (Director, SW Park Thailand) and Mr. Dilok Gunatilaka (MD, Global Techno Services.)

If you have some free time to drop by the ICT Expo, you can find me at Jupiter Room 11-13, Impact Challenger Hall. The time is 14:35 to 16:00.

Derivatives Are Free. Integrals Are One Baht Each

If you are learning calculus and don't know how to do basic calculus, you can go to Calc101.com and let their computers do the work.

Derivatives, polynomials multiplication and division are free. Integrals can be bought for $25 for 900 integrals. (If you don't pay, you won't see a step-by-step explanation of the integral. You will see the final result though.)

An example of a derivative:


Thursday, November 15, 2007

We Have A Testable Candidate For The Theory Of Everything!

For the past few hundred years, many scientists have tried to understand the relationship among the fundamental forces (gravity, electromagnetism, weak nuclear force, and strong nuclear force) and the various particles (electrons, quarks, etc.) that make up the matter in the Universe. The hope is to understand all these various things as aspects of one single unified idea. This is called searching for unification or searching for ToE (Theory of Everything.)

For the past twenty years, the mainstream idea about unification is the String Theory/M-Theory. I think the extremely large number (1 followed by around 500 zeroes) of possible versions of String Theory is a fatal flaw (since it's likely impossible to find experiments that rule out all versions) and blogged about a book that points this out.

Imagine my pleasure in seeing that there's an alternative candidate that can be either verified or refuted. I saw a headline called "Surfer dude stuns physicists with theory of everything" and my first reaction was he is probably another crank. Anyway, quite a few good physicists think the paper is not a joke, so I went to download it here (An Exceptionally Simple Theory of Everything).

My higher theoretical physics is extremely rusty but the paper sounds plausible. Most importantly, we will be able to check whether it's right or wrong in the next few years when suitable experiments are performed. From the paper:

The theory proposed in this paper represents a comprehensive unification program, describing all fields of the standard model and gravity as parts of a uniquely beautiful mathematical structure. The principal bundle connection and its curvature describe how the E8 manifold twists and turns over spacetime, reproducing all known fields and dynamics through pure geometry. Some aspects of this theory are not yet completely understood, anduntil they are it should be treated with appropriate skepticism. However, the current match to the standard model and gravity is very good. Future work will either strengthen the correlation to known physics and produce successful predictions for the LHC, or the theory will encounter a fatal contradiction with nature. The lack of extraneous structures and freeparameters ensures testable predictions, so it will either succeed or fail spectacularly. If E8 theory is fully successful as a theory of everything, our universe is an exceptionally beautiful shape.

Hey, maybe I will see warpdrives before I die after all!

หวยกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ (หรือทำไมผมควรจะหยุดรับรู้ข่าวสารบ้านเมืองไทย)


ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริง* ผมว่าเราสามารถมองการหวังพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าคล้ายๆกับการเล่นหวย** ด้วยเหตุผลดังนี้

1. โอกาสที่จะถูกหวยน้อยมาก
2. คนซื้อหวย เพราะไม่มีหนทางจะร่ำรวยแบบอื่น
3. มีเจ้ามือหวยคอยรับผลประโยชน์จากการเล่นหวยของเรา
4. หลายคนบอกว่าเล่นหวยแล้วสนุก หรือดีกว่าอยู่ปล่าวๆ
5. หลายคนมักจะสำคัญตนผิดว่ามีเลขเด็ด หรือมีเคล็ดลับในการทำให้หวยออกให้ถูก
6. หลายคนเล่นหวย เพราะหวังผลเลิศ กะจะรวยโดยไม่ทำงาน

คุณเห็นด้วยไหมว่าการแก้ปัญหาตามเหตุตามผล แทนที่จะไปทำพิธีไสยศาสตร์น่าจะมีโอกาสสำเร็จมากกว่า
--- - ---- - ----- ---------
*ด้วยหลักฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน ผมว่าไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มาคอยดลบันดาลอะไรให้หรอกครับ บางคนอาจจะบอกว่าถ้าไม่เคยเห็นอะไรไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นไม่มี พูดแบบนั้นก็ถูก แต่ว่าผมก็ไม่เคยเห็นช้างบินได้เหมือนกัน ผมก็เลยดิดว่าผมควรดำเนินชีวิตไปด้วยสมมุติฐานว่าไม่มีช้างบินได้ดีกว่า เนื่องจากน่าจะใกล้สภาพความจริงของธรรมชาติจักรวาลมากกว่า ไว้ถ้ามีหลักฐานว่าช้างบินได้จริงๆอย่างแน่ชัดค่อยปรับความเชื่อ อีกอย่างก็คือการที่บอกว่าอะไรบางอย่าง (X) มีจริงๆนั้น ควรหาหลักฐานมาสนับสนุนว่า X มีจริงๆ ไม่ใช่บอกว่าถ้าหาหลักฐานว่า X ไม่มีไม่ได้ แล้วแสดงว่า X คงมีตัวตน

บางคนบอกว่ามีการดลบันดาลจริงๆ ซึ่งคำถามที่เราต้องถามก็คือรู้ได้อย่างไรว่าเป็นการดลบันดาล และไม่ใช่ random chance หลักฐานเป็นอย่างไร คุณภาพของหลักฐานเป็นอย่างไร เราจะแบ่งแยกอย่างไรระหว่างผู้วิเศษกับนักมายากล

**สมมุติว่ามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์จริงๆ เราก็ควรประมาณผลกระทบ และความน่าจะเป็นที่สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะดลบันดาลอะไรให้ ถ้าพบว่าโอกาสน้อยกว่าถูกหวย เราก็ไม่ควรไปหวังพึ่งอยู่ดี เพราะเราไม่อาจฝากความหวังว่าจะล้างหนี้สินด้วยเงินรางวัลจากหวยได้ อีกอย่างเราต้องระวังผู้วิเศษที่ได้ผลประโยชน์จากความเชื่อของเราด้วย

ความเชื่องมงายไม่ฟรีเพราะ มีต้นทุนทางโอกาส เวลา เงิน และชีวิต

Sunday, November 11, 2007

More Pornography --> Less Rape?

It does sound plausible to me that the number of rapes would decrease when the potential perpetrators are looking at porn instead of actually committing the crime. Todd D. Kendall, an economist at Clemson University presented a paper that claims exactly that.

I was directed to that paper because I read this article by Steven E. Landsburg, the author of a very entertaining book, The Armchair Economist.

I wonder what the data for Thailand looks like.

There's a criticism of the paper here. An alternative possibility is suggested that the Internet might reduce the number of reported rapes, instead of the number of the crime.

Thursday, November 08, 2007

"Semantic Associations Between Signs And Numerical Categories In The Prefrontal Cortex" or MONKEYS CAN COUNT!

Read the full paper describing how Ilka Diester and Andreas Nieder performed experiments suggesting that monkeys can count integers.

Next, we should teach them number theory so they can work on prime numbers. For some adventurous monkeys, we might try calculus, set theory, or differential geometry! Oh wait, we already have such monkeys, they are called math and physics grad students! :-D

Here is the Author Summary:

We use symbols, such as numbers, as mental tools for abstract and precise representations. Humans share with animals a language-independent system for representing numerical quantity, but number symbols are learned during childhood. A first step in the acquisition of number symbols constitutes an association of signs with specific numerical values of sets. To investigate the single-neuron mechanisms of semantic association, we simulated such a mapping process in rhesus monkeys by training them to associate the visual shapes of Arabic numerals with the numerosity of multiple-dot displays. We found that many individual neurons in the prefrontal cortex, but only a few in the posterior parietal cortex, responded in a tuned fashion to the same numerical values of dot sets and associated shapes. We called these neurons association neurons since they establish an associational link between shapes and numerical categories. The distribution of these association neurons across prefrontal and parietal areas resembles activation patterns in children and suggests a precursor of our symbol system in monkeys.

รักในหลวงแต่ปาก


ผมได้ยินข่าวบนวิทยุแว่วๆ เลยไปหาอ่านในเว็บ ก็เลยไปเจอข่าวดังรูปจากเว็บหนังสือพิมพ์มติชน
ผมคิดในใจว่า "**** อะไรกัน ** เนี่ย"

ผมลองพยายามหาผลสำรวจตัวเต็มที่ ABAC Poll แต่ยังไม่พบตัวเต็ม ปกติจำนวนผู้ตอบสำรวจของ ABAC Poll จะเป็นหลักร้อยหลักพัน ผมจึงพยายามคิดถึงความคลาดเคลื่อนที่เป็นไปได้ (ยิ่งผู้ตอบมาก ความคลาดเคลื่อนเป็นเปอร์เซ็นต์ก็จะลดลง หรือน่าเชื่อถือขึ้น)

สมมุติว่ามีคนตอบ 1,000 คน นั่นหมายถึง 532 เป็นคนที่ "มีความเอนเอียงที่จะยอมรับได้หากรัฐบาลชุดใดโกงกินแล้วทำให้ตนเองอยู่ดีมีสุข" ถ้ามีคนตอบอย่างนี้ 532 คน ความคลาดเคลื่อน (วัดเป็น standard deviation แบบ binomial distribution) ก็จะเป็นประมาณ +/- 16 คน หรือวัดเป็นเปอร์เซ็นต์ก็คือ คน 53.2 (+/- 1.6)% ยอมรับการโกงกินถ้าตนเองอยู่ดีมีสุข ความคลาดเคลื่อนน้อย และผลสำรวจก็คงไม่คลาดเคลื่อนไปนัก

แสดงว่าคนประมาณครื่งหนื่งยอมรับการโกงโดยรัฐบาลได้ถ้าตัวเองอยู่สบาย

แสดงว่าคำสอนของในหลวงผ่านเข้าหูซ้ายแล้วทะลุหูขวาไปใช่ไหม

--- - ---- - ----- ---------
P.S. ผมสังเกตว่าคนไทยจำนวนมากมีลักษณะดังนี้:
1. งอมืองอเท้ารอสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรืออภินิหาร (รวมถึงรัฐบาลและวีรบุรุษ)
2. ชอบแก้ตัว
3. ไม่รุ้จักการเปรียบเทียบเชิงปริมาณ เช่นการเสียหาย 1,000 ล้าน ก็คล้ายกับการเสียหาย 100,000 ล้าน เพราะเสียหายเหมือนกัน
4. ชอบเลือกของง่ายๆไว้ก่อน แม้ว่าจะไม่สำคัญ เช่นบอกว่าเด็กต้องแต่งตัวอย่างไร แต่ไม่สนใจว่าสมองเด็กได้พัฒนาไหม
5. ทำเลวก็ได้เพราะคนอื่นเขาก็ทำ (ด้วย logic แบบนี้คงต้องรอให้เหลือตัวคนเดียวบนโลกก่อนถึงจะเลิกทำเลว)
6. ถ้าใครเสนอความคิดเห็นอะไรที่ไม่เห็นด้วย ก็จะโจมตีผู้เสนอความคิด แต่มักไม่พิจารณาความคิดว่าเป็นจริงหรือเข้าท่าไหม เช่นด็อกเตอร์โก้ยังรักษาศีลห้าไม่ครบทุกวันเลย ดังนั้นไม่ต้องไปฟังมัน

Friday, November 02, 2007

เดาส่วนแบ่งตลาดโน๊ตบุ๊ก

ผมชอบดูโบรชัวร์ราคาอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ แล้ววันนี้มีคนแนะนำให้เข้าไปที่ ClubNotebook.com ที่มีคนรวบรวมโบรชัวร์งาน Commartไว้ให้แล้ว ปรากฎว่ามีกระดานข่าวที่หน้าตาเป็นแบบนี้:





ผมเลยคิดว่าถ้าสัดส่วนผู้ใช้คอมพิวเตอร์แต่ละยี่ห้อที่เข้ามากระดานข่าว เป็นสัดส่วนประมาณเท่าๆกันในทุกยี่ห้อ เราสามารถเดาส่วนแบ่งตลาดของแต่ละยี่ห้อได้ Assumption นี้จะผิดถ้าผู้ใช้บางยี่ห้อเข้ามาที่กระดานข่าวมากกว่ายี่ห้ออื่น เช่นปัญหาเยอะจนต้องมาบ่นมากๆ ถ้า Assumption ไม่ผิดนัก นี่คือลำดับส่วนแบ่งตลาดโดยประมาณ:



สองคอลัมน์สุดท้ายเป็นตัวประมาณส่วนแบ่ง (แบบหยาบๆ โดยการอนุมานจากจำนวนกระทู้ หรือคำตอบ)
ส่วนแบ่งดูเหมือนจะแจกแจงแบบ Power-law distribution

แล้วไว้ผมจะหาข้อมูลอื่นๆมาดูว่าการเดาแบบนี้ใกล้ความจริงแค่ไหน

--- - ---- - ----- ----------
P.S.

1. ถ้าต้องการของทน แนะนำให้ใช้ ThinkPad ของ IBM/Lenovo (ทน ประกัน 3 ปีเป็นส่วนใหญ่ ศูนย์บริการดี)
2. ถ้าต้องการของเท่ห์ & สวย แนะนำ Mac (สวย ไม่โฉ่งฉ่างแบบหลายๆยี่ห้อ)
3. ควรซื้อประกันเพิ่มเป็น 3 ปี ถ้าประกันไม่ถึง เนื่องจากอาจจะเสียหลัง 1 ปี ถ้าอยู่นอกประกันจะซ่อมแพงมาก
4. ไม่ควรซื้อของถูกที่สุด

Thursday, November 01, 2007

Educate Yourself And Your Children With World-Class Lectures

Peteris Krumins, a young physics student from Latvia, collects a lot of links to great talks and lectures about science and programming and put them on his Free Science and Video Lectures Online! site. You might find something interesting under the "Avalable Lectures" section on the right side.

Now anybody in the world who can understand English and has access to the Internet can be self-educated with these world-class videos, thanks to the magic of the WWW, the generosity of the lecturers and their employers, and people like Peteris who collect them for our consumption.

Thanks!

--- - ---- - ----- ---------
P.S.

1. I also found talks at TED very informative and entertaining. A great source of ideas and inspiration.

2. When will the people who invented the Internet and the World Wide Web win a Nobel Prize?

Wednesday, October 31, 2007

Causes (?) of Crime Rate Reduction

There are many interesting ideas (which might be right or wrong) about what caused crime rate reduction:

1. Fixing Broken Windows Effect: Fixing/preventing small crimes lead to fewer crimes in general. Criticism of the idea is here.

2. Legalized Abortion: Legal abortions lead to fewer unwanted babies, cutting down the number of criminals. Criticism here and here. However, in the extreme case, it's obvious that abortion does prevent crime--if there is no more baby, there will be no crime. :-D

3. Unleaded Fuel -> Less Crime: Presumably, lead turns people into idiots who commit more crimes. A paper can be found here.

It's interesting to note that abortion became legal in many US states around the same time that leaded fuel was banned.

If I have to bet which one is the most correct, I would bet on #3 more than on #2 and on #2 more than on #1.

I wonder what other toxic substances we are being exposed to will create problems in the coming decades.

Tuesday, October 30, 2007

Tatia, A Warrior Child

This morning, I was driving Titus and Tatia to the office to be picked up by their maternal grandparents. Tatia was throwing tantrum and crying (tearless!) for being prevented from messing around with the windows and shades in the car. I then turned on a song called "Battle Without Honor or Humanity" by Tomoyasu Hotei, and then she looked like this:



The music is a part of the soundtrack of Kill Bill: Volume 1

On a related news, Titus was was testing his strength in trying to push two cars away from each other sideway:



Meanwhile, Tanya was practicing her face-morphing skill. She looks different everyday:


Monday, October 29, 2007

You Too Can Be A Banker!

Banker to the Poor, that is.

Muhammad Yunus was awarded the Nobel Peace Prize in 2006 for his work advocating lending money to entrepreneurs too poor for traditional bank loans. The Grameen Bank became a prototype for microcredit lending organizations all over the world.

Through the wonder of the Internet, you too can be a banker to the poor entrepreneurs throughout the world. Check out Kiva.org and MicroPlace ("Invest wisely. End Poverty.") I think this is a good thing for the world. Less poverty, more freedom, more education, less chance of being exploited.

Friday, October 26, 2007

Traveller's Guides To The Universe

I found a few links that might be handy when we all can explore space:

1. The Atlas of the Universe. Don't forget to look at the whole map.
2. What we can expect to see outside the window when we travel very fast: What would a relativistic interstellar traveller see?
3. Also, can we see the Lorentz-Fitzgeral contraction when we travel very fast?

To have some ideas about how big the universe is, think about this: In one second, light can travel the distance equivalent to about 7 times the Earth circumference. It takes light about 8 minutes to travel fromt the Sun to Earth. It takes light about 4 years to reach the nearest star outside the solar system. And it takes more than 10,000,000,000 years for light emitted by the farthest objects we can observe to reach Earth.

So, my plan is to live long enough to upload my brain state to cyborgs, wait till we have a warp drive, and explore the universe! :-D

Or maybe I will stay on Earth and watch Discovery Channel.

Thursday, October 25, 2007

สัมภาษณ์ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์

...สารคดี : ตอนที่เป็น เสรีไทยท่านผู้ หญิงทำหน้าที่อะไรครับ
ท่านผู้ หญิงพูนศุข : ช่วงนั้น หน้าสิ่วหน้าขวานมากที่สุดเชียว ทำเนียบท่าช้างเป็น ที่บัญชาการของเสรีไทยที่มีนายปรีดีเป็น หัวหน้า พออยู่ มาวันหนึ่ง นายพลโตโจ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นก็มาเซ็นชื่อเยี่ยมที่ทำเนียบของนายปรีดี ผู้ สำเร็จราชการฯ แล้ว ก็เดินเข้า มาที่ศาลาริมน้ำ ซึ่งเป็นส่วน ที่พวกเสรีไทยใช้เป็น ที่ทำงาน โตโจคงอยากเห็นส่วน ที่เราอยู่ หมด น่ากลัวเหมือนกัน แต่โชคดีที่พวกญี่ปุ่นคงไม่ ระแคะระคาย ส่วน ฉันตอนนั้น ก็ช่วย ทำทุกอย่าง ช่วย นายปรีดีฟังข่าวติดตามสถานการณ์ต่างประเทศจาก วิทยุ อันที่จริงตอนนั้น ทางการห้ามฟังวิทยุสัมพันธมิตร ต้อง มีใบอนุญาตถึง ฟังได้...


คนไทยไม่ค่อยสนใจประวัติศาสตร์ เลยไม่ค่อยเรียนรู้บทเรียนจากอดีต ประวัติศาสตร์ที่สอนในโรงเรียนก็ไม่ค่อยเข้าท่า เป็น propaganda ก็เยอะ

Sunday, October 21, 2007

Oxygen Was Toxic To Life

Current living things require oxygen to live. It was not always like this. As a matter of fact, oxygen was downright poisonous to life and nearly destroyed all life on Earth.

The most readable account of this event can be found here. Around 2.4-2.5 billion years ago, global cooling almost turned Earth into an ice ball, destroying all life then.

Luckily, the Earth didn't turn into an ice ball, and some organisms adapted to use oxygen in energy production. In fact, every animal and plants descends from single cell ancestors that captured those oxygen-adapted organisms. Right now, all our cells (except sperm cells) contain those organisms in the form of mitochondria. We inherit mitochondria from our mother, not from our father.

Friday, October 19, 2007

I Also Am A Fortune Teller (หมอดูฟันธง)*

I predict that Robert Axelrod will win a Nobel Prize for this work.

Well, he should anyway.

Now before you doubt my ability as a fortune teller, my Nobel prediction is currently 100% correct! In the late 1980's/early 1990's, I told my friends that Ahmed Zewail would surely win a Nobel prize in the future after listening to his talk about femtochemistry.

Well, one data point is probably a fluke anyway.

If you have not read "The Evolution of Cooperation", you should really take a look.

--- - ---- - ----- ---------
*Of course, fortune tellers seem to know the future by doing these:

1. Predict dramatic things.
2. Predict often.
3. Ignore wrong predictions.
4. Focus exclusively on correct predictions.
5. Master cold reading.

The correct question we should ask ourselves is "Does the fortune teller performs better than chance?" not "Does the fortune teller predicts anything correctly?" I'm quite sure that all fortune tellers are fraud. However, if any of them is real, there are many Nobel prizes awaiting those who can deduce the nature of time from those real fortune teller's performance.

Thursday, October 18, 2007

T3 (AKA Tanya Saipetch) Has Arrived


Tanya is the biggest of all the T's, weighing in at 3,740 grams (8.2 lbs) and 52 cm (20.5") long. (Titus was 3,200 grams and Tatia was 3,000 grams.) She was born at 11:47 a.m.

She also has a lot of hair, an unusual occurrence in the history of the T's.

Aor and I came to Bangpo Hospital around 9 a.m. because today is the 39-week day for Tanya. Since Aor had caesarean sections for Titus and Tatia before, she would need to have another one for Tanya. I was a bit excited last night because this was the first time that we knew the date that the baby would come out--the other two times happened surprisingly, before the 39-week mark. Anyway, once we got to the operating room, it was quite familiar and calm. I recorded the procedure using a camcorder, being careful to record internal organs that Aor requested to see.

The operation started at 11 a.m. It took about 30 minutes to bring Tanya out and another 90 minutes to patch Aor up. Aor felt better than the last two times and she is now sleeping.

When asked about his feeling about another sister, Titus said, "I will delight her with hot chocolate."


When asked the same, Tatia said, "I'm a princess, whee, whee." (Thanks, Kevin & Rechelle!)

--- - ---- - ------ ---------
P.S.
1. More posts about Titus and Tatia can be found here and here.
2. Exciting 4-D Ultrasounds can be found here.
3. I will enroll Tanya in my advanced traning program.





Tuesday, October 16, 2007

ท่านปัญญา

ตัวอย่างคำสอนท่านปัญญานันทภิกขุ

“ขอให้ธรรมะจงล้างความสกปรกคือความเห็นผิดและการกระทำผิดๆ ของชาวพุทธให้หายไป จงพ้นจากความเขลา ความหลง จงหันมานับถือพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ โดยประการเดียว การสั่นเซียมซี รดน้ำมนต์ เสี่ยงทาย ด้วยวิธีการต่างๆ จงหายไปจากแผ่นดินไทย

ขอให้อาจารย์เสกพระเครื่องทั้งหลาย จงได้เสกคนให้เป็นคนดีที่มีพระในใจ มิใช่มีพระห้อยคอแต่เมาเช้าถึงเย็น ขอให้พวกมิจฉาชีพทั้งหลาย จงกลับกลายเป็นคนดี มีความเห็นชอบตามทำนองคลองธรรม นี่เป็นพรของข้าพเจ้า มอบให้แก่ท่านทั้งหลายตามทัศนะของพระพุทธศาสนาที่บริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งโสโครกสกปรกใดๆ เจือปน ขอให้ท่านทั้งหลายจงรับพรนี้ไปปฏิบัติตามทางของพระพุทธองค์เถิด”

หลวงพ่อฯ สอนไม่ให้งมงาย “ยกตัวอย่างว่าคนถือพระภูมิ เวลาตกอกตกใจ ต้องไปไหว้ทุกที ทีนี้ก็ไปไหว้อยู่บ่อยๆ แล้วทำอะไรมันได้ผล พอได้ผลขึ้นก็ดูหมิ่นตัวเองด้วยซ้ำไป ไม่เอาความสามารถตัวเองมาใช้ กลับไปบอกว่านี่แหละ เพราะพระภูมิช่วยจึงได้สำเร็จ คราวนี้นี่แหละเขาเรียกว่า ดูหมิ่นตัวเองอย่างเหลือเกิน ตัวเองนี่เป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐสุดมีจิตมีปัญญากลับไม่ยกย่อง ไปยกย่องศาลเล็กๆ ข้างบ้านดีกว่าตัวไปเสียแล้ว...”

Monday, October 15, 2007

SaiJai.net ได้รางวัลรองชนะเลิศที่งาน Thailand ICT Awards 2007

ขออวดผลงานชาวใส่ใจหน่อยนะครับ
ชาวใส่ใจส่ง SaiJai.net เข้าประกวดประเภท General Applications ในงาน Thailand ICT Awards 2007 และได้รางวัลรองชนะเลิศ (แพ้ระบบ Insurance Claim ที่ใช้ผ่าน PDA/GPS)

การแข่ง TICTA มีทุกปีนะครับ ใครสนใจก็ส่งได้ ประเภทของซอฟต์แวร์ก็หลากหลายมาก (แต่ถึงกระนั้นเราก็ไม่รู้ว่าจะส่ง SaiJai.net ลงประเภทไหน ฮ่า ฮ่า)

ผมเสียดายมากที่ไม่ได้รางวัลชนะเลิศ เพราะถ้าชนะจะได้ไปแข่งต่อที่สิงคโปร์ และผมคงได้แวะไปทาน Prime Rib ที่ Lawry's :-D

Thursday, October 04, 2007

A Few Useful Computer Tools

What's under one megabyte, quickly accessible via hotkeys, can very quickly search Wikipedia/Google/IMDB/The Free Dictionary/Multiple news sites/etc., and enhance your clipboard to store lots and lots of your copied text? Don't know? Go to Transfz.com and download Transfz (pronounced "transfuse") for this super search tool. It is also a greenware, helping planting more trees when you donate to the project.

If you do many things repetitively on your computer, you might want to save time by assigning those tasks to hotkeys. The best hotkey program on Windows I know is AutoHotkey. I estimate that it save me about 30 minutes per day for the past year already.

Wednesday, October 03, 2007

Better Understanding VS. Stupid GPA

Say, you want your children to learn about nature, mathematics and sciences and to create new things. Traditional schools in Thailand won't allow calculators, computers, or the Internet during exams. However, using a computer with appropriate programs such as Mathematica is much better for actual understanding and experimentation. What should you do? (Hint: Creativity and understanding is intrinsically precious, GPA is much, much, less so.)

In this excellent essay, Theodore Gray and Jerry Glynn pointed out why automating mathematical manipulations using tools such as Mathematica would allow civilization to go forward. The lists of things that become less important and more important with such tools are instructive:

Less Important
  • Guessing factors for polynomials
  • Knowing many tricks for integration
  • Being careful when copying over expressions many times
  • Finding roots of complex equations
  • Knowing how to do matrix row operations
  • Knowing how to avoid dropping minus signs
  • Memorizing specific rules for derivatives of such functions as tangent and secant
  • Memorizing multiple angle formulas for trig functions

More Important

  • Translating statements about problems in natural language into statements in mathematical or procedural language
  • Learning how to experiment with math
  • Knowing which integrals should best be done numerically
  • Knowing how to work backwards or to use numerical methods to check symbolic results for plausibility
  • Knowing how to use techniques from programming
  • Understanding recursion and how to use it practically
  • Knowing which functions are discontinuous and where they are discontinuous
  • Knowing how to mix math and programming

Another important passage is:

Children need to know certain facts, but acquiring them is not the main point of learning, especially not in the earlier grades. Mainly children need to have effective habits of mind and an ability to think analytically. They also need to be self-motivated, because in real life there isn't always someone there to provide external motivation (unless they join the army).

The hardest things to teach are the skill of solving problems with incomplete information, the skill of figuring out which problems need solving in the first place, and the skill of finding and bringing together the resources needed to solve a problem.

Children are primed to want to learn. They start out valuing learning and accomplishment above anything else in the world. If you see a child uninterested in learning, it is overwhelmingly likely that the child was made that way by something in the child's world: Children do not start out that way. (Of course there are always exceptions, but they are just that: exceptions.)

--- - ---- - ----- ---------
P.S.
1. แนะนำการใช้ Mathematica ภาษาไทย
2. ถามตอบการใช้ Mathematica
3. Understanding the birthday paradox and hash collision using Mathematica

Monday, October 01, 2007

การฝังชิปให้สุนัขอาจจะทำให้สุนัขป่วยเป็นมะเร็งได้

สืบเนื่องจากข่าว "4 ก.ค.51 ไม่ขึ้นทะเบียนหมาเมืองกรุง เจอปรับ 5 พันบาท" และ "กทม.ฝังไมโครชิปสุนัขวันแรก มีผู้สนใจรับริการจำนวนมาก"

ผมว่าแก้ปัญหาไม่ตรงจุด นอกจากนี้ยังมี study ว่าการฝัง microchip อาจก่อให้เกิดมะเร็งในสัตว์ด้วยเช่น นี่ นี่ และ นี่

แม้ว่าผมจะไม่ได้รักสัตว์เท่าไรนัก แต่คนหลายๆคนเขารักเหมือนลูก เหมือนญาติ ถ้าเขารู้ว่ามันอาจมีความเสี่ยงถีง 4-5% ว่าสุนัขของเขาจะเป็นมะเร็งตรงที่ฝัง microchip เขาจะทำไหม คนทำจะกล้าฝังให้พี่น้องหรือลูกของเขาไหม

ผมไม่แน่ใจว่าการทำอย่างนี้จะแก้ปัญหาอะไร ถ้ามีสุนัขอยู่เกือบล้านตัว แต่มี microchip ให้ 50,000 อัน จะบังคับให้เราซื้อหรือ

แล้วถ้าสุนัขเราเป็นมะเร็งตรงที่ฝัง หรือchipหาย ใครจะรับผิดชอบ

Sunday, September 30, 2007

Good Article, Bad Example

Naomi Wolf wrote a good How-To article on how to turn a democracy into a fascist state. However, her example of the 2006 Thailand Coup as an example of a process of turning Thailand into a fascist state is wrong. It's closer to the truth to view the coup as turning a proto-fascist government of Thaksin Shinawatra into a proto-democratic state. In this respect, the U.S.A. is in even more trouble than Thailand since there's nobody to stop the process of fascism. It might be wise to heed the advice of this retired soldier.

I wrote my voluminous impression of the coup in the past. After a year, I have to say that I'm quite disappointed with the result. There are so many things that could have been done by the people who seized power to prepare Thailand for a stable democracy. Instead, it's quite likely that Thailand will go into more vicious cycles of failed democracy after this coming election since many of the same politicians who bought votes will likely be in the parliament again.

BTW, you can see Naomi Wolf in talking about her book in this video clip.

If You Have To Die, Try To Die In Chilled Liquid

It seems that injecting cold saline solution into the body after the heart stops can prevent enough cell death that you can be resurrected!

There is another related news article about reviving the dead here.

Here is an excerpt from the first news article:

61-year-old Bill Bondar is living proof that people can be brought back from the dead.

"I didn't know I died, I didn't feel anything, I still don't believe it," Bill said.

"I looked at his face, and I was looking at a dead man," Bill's wife Monica said.

It happened just after the couple left a jam session. Bill collapsed outside their home, lifeless.

"That was the most frightening thing I ever saw in my life and I knew my husband was gone. He was gone," said Monica.

Paramedics were able to restart his heart, but that's just part of the battle. Cells continue to die, and there can be damage to vital organs like the brain, that could be fatal.

Friday, September 14, 2007

Wednesday, September 12, 2007

The World Really Needs Peaceful Muslims' Help

These pictures left me speechless and very sad. We should all be able to live and let live, but fundamentalist nuts from various religions are spoiling it for everyone.

“We will have to repent in this generation not merely for the hateful words and actions of the bad people but for the appalling silence of the good people.” – Martin Luther King Jr.

Tuesday, September 11, 2007

Top Censored Stories

Top 25 Censored Stories of 2008, of 2007, of other years. You can find out about Project Censored here.

It's good to hear news that didn't make it to the mainstream. It sharpens my conspiracy theory instinct and it is true quite often :-)

In Thailand, it seems that most mainstream news outlets exist only to make money and keep the population numb enough for the Pyramid of Capitalist System. We should have a list for Thailand too.

Saturday, September 08, 2007

Superstition Is Not Limited To Human!

In 1948, there was an experiment by B.F. Skinner that showed that pigeons appeared to exhibit superstitious behaviors.


Full paper is here.


I think the result might be applicable to why human perform rituals, pray, bribe karma wheel, buy lotteries, etc. I also wonder whether animals have their religious thoughts too.


I like to collect these animal examples because, based on what we learn from animal and human behaviors, I believe that biology created human morals and religions through evolution of societal units and it's up to the us, not supernatural mechanisms, to make sure that bad deeds got punished and good deeds got rewarded. I don't believe that human require special treatment from nature in terms of mechanisms that shaped us.


A few books that shaped my thinking about this matter:
In the last book, bacteria show cooperative behaviors that might be examples of what we would call moral behaviors. That book, along with The Blind Watchmaker started my education in evolution.

Thursday, August 23, 2007

มีหนังสือมาแนะนำครับ

หนังสือ "X-Ray คนไทย 360 องศา" ครับ เขียนโดยคุณ พงษ์ ผาวิจิตร

เป็นข้อสังเกตว่าลักษณะของคนไทยเป็นอย่างไร และควรจะแก้นิสัยอะไรให้ดีขึ้น เขียนได้แสบๆ คันๆ แต่มีสาระดีครับ อ่านไปก็หัวเราะหึหึไป ผมอ่านแล้วก็สำรวจตัวเองและพบว่ามีนิสัยไม่ดีเยอะเหมือนกัน ถ้าไม่ได้อ่านก็คงไม่ได้เห็นนิสัยเสียของตนเองชัดๆ

เล่มไม่ใหญ่ 240 หน้า ราคา 200 บาท ถ้ามีเวลา ลองอ่านดูครับ




Sunday, August 12, 2007

Sometimes Experts Don't Know Much

The Rosenhan experiment showed that psychiatric hospital staff couldn't reliably distinguish between the sane and the insane in the hospital. The full paper can be found here.

According to another study at Cornell, you can implant false memories into preschool children to make them think the memories are true, and experts cannot distinguish, by interviewing the children, which memories are true and which are false.

So, when experts' claims conflict with reality, you should be careful in checking whether the claims are true or not. Most people (yes, including me) appear (or pretend) to know more than they actually know.

--- - ---- - ----- ---------
P.S. How to believe anything? That's a hard question that cannot be completely solved. I think we can only hope to converge closer and closer to the truth. Gotama Buddha tried to teach the Kalamas people using the list we know as Kalama Sutra. Personally, I like the Bayesian approach of updating my belief on whether something is true or false as I gain more and more evidences. A short overview of Bayesian inference is here. A reading list can be found here.

Sunday, August 05, 2007

A Surprisingly Honest Interview

In this 2005 Spiegel interview, Pan Yue, China's Deputy Minister of the Environment described how China's fantastic growth in GDP has tremendous environmental cost.

More info about Pan Yue can be found on Wikipedia. Here is another article by him in English in July 2007.

It will be good for everyone on this earth when policy makers are smart enough to ponder the true cost of development and have enough inner strength to do the right things. Measuring GDP without the cost to environment is simply incorrect, and we will ultimately pay the price.

Tuesday, July 31, 2007

Danica McKellar Is My Hero

I remember Danica McKellar playing the part of Winnie Cooper in the TV show The Wonder Years in the late 1980s to early 1990s. She has a new book out called Math Doesn't Suck to promote mathematics to young people.


By the way, Ms. McKellar has a theorem named after her. It's called the "Chayes-McKellar-Winn Theorem," and you can see the paper here. She also tutors kids online at Danica's Corner.

She also appeared in lingerie for Stuff magazine.

Cute + Dumb < Cute + Smart, indeed.
--- - ---- - ----- ---------
P.S. My beautiful and smart wife approved this post.

Monday, July 30, 2007

แนะนำให้อ่านครับ

ถ้าใครสนใจว่าประวัติความเป็นมาของประเทศไทย และสนใจประวัติวีรสตรีที่ไม่จอมปลอม รีบไปซื้อ นิตยสาร สารคดี ฉบับ ที่ 269 กรกฎาคม 2550 เลยนะครับ หน้าปกเป็นรูปท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ถูกตำรวจคุมตัวไปขังด้วยข้อหาที่ไม่เป็นความจริง

ท่านผู้ หญิงพูนศุข ภรรยาของรัฐบุรุษอาวุโส ปรีดี พนมยงค์ ผู้ ก่อการอภิวัฒน์สยามประเทศ ท่านเป็นผู้ หญิงตัวเล็ก ๆ ที่กล้าต่อกรกับ ทหารอาวุธครบมือ แม้ใน ยามที่เผชิญมรสุมทางการเมืองครั้งแล้ว ครั้งเล่า ท่านก็ยัง เด็ดเดี่ยว ยึดมั่นใน สัจจะ กล้าประกาศความ จริง และให้ อภัยกับ ทุกคน ตลอดชีวิต ท่านได้ ทำหน้าที่ภรรยา และ แม่อย่างเข้มแข็ง ใช้ ชีวิตเรียบง่ายเยี่ยงชนธรรมดามาโดย ตลอด ใน บั้นปลายชีวิตยังช่วย งานสังคมใน ทุกโอกาส ท่านคือแบบอย่างของความ สูงสุดคืนสู่สามัญโดย แท้ แม้จนวาระสุดท้ายของชีวิต ก็ยัง “ไม่ ขอรับเกียรติยศใด ๆ ทั้ง สิ้น” คงไม่ เกินจริงที่จะ กล่าวว่า สตรี “ผู้ ยิ่งน้อย” ท่านนี้เองที่ชนรุ่นหลังกราบไหว้ได้ อย่างสนิทใจ

Thursday, July 26, 2007

Autistic People Cannot Lie (Easily)

I found this essay by Simon Baron-Cohen (the psychologist whose cousin is Borat's Sacha Baron-Cohen) about people with autism and Asperger's syndrome and their lack of lying skill very interesting.

From the essay:

"And then there are people with autism. Their neurological condition leads not only to difficulties socializing and chatting but also to difficulties recognizing when someone might be deceiving them or understanding how to deceive others. Many children with autism are perplexed by why someone would even want to deceive others, or why someone would think about fiction or pretense. They have no difficulty with facts (version 1 of reality) and can tell you easily if something is true or false (“Is the moon made of rocks? Yes! Is the moon made of cheese? No!”). But they may be puzzled by version 2 of reality, that “John believes the moon is made of cheese.” Why would a person believe something that is untrue?"

By the way, the inventor of BitTorrent, Bram Cohen also has Asperger's syndrome.

Sunday, July 15, 2007

Interesting Point/Counterpoint: Did Islamic Civilization Propelled The World Through The Dark Age?

The argument for: How Islam has kept us out of the ‘Dark Ages’

The argument against: What Arab Civilization?

My favorite word derived from Arabic is "algorithm" which, according to Wiktionary, comes ... from Medieval Latin algorismus, a mangled transliteration of the name of the Islamic mathematician al-Khwārizmī (Arabic: الخوارزمي, "native of Khwarezm.")

Examples for English words derived from Arabic can be found here. Admiral, adobe, alchemy, alcohol, algebra, etc. are among them.

Thursday, July 05, 2007

Understanding Something Is More Than Just Knowing Fancy Words

An anecdote by Richard Feynman:

For example, there was a book that started out with four pictures: first there was a windup toy; then there was an automobile; then there was a boy riding a bicycle; then there was something else. And underneath each picture it said, "What makes it go?"

I thought, "I know what it is: They're going to talk about mechanics, how the springs work inside the toy; about chemistry, how the engine of the automobile works; and biology, about how the muscles work."

It was the kind of thing my father would have talked about: "What makes it go? Everything goes because the sun is shining." And then we would have fun discussing it:

"No, the toy goes because the spring is wound up," I would say. "How did the spring get wound up?" he would ask.

"I wound it up."

"And how did you get moving?"

"From eating."

"And food grows only because the sun is shining. So it's because the sun is shining that all these things are moving." That would get the concept across that motion is simply the transformation of the sun's power.

I turned the page. The answer was, for the wind-up toy, "Energy makes it go." And for the boy on the bicycle, "Energy makes it go." For everything, "Energy makes it go."

Now that doesn't mean anything. Suppose it's "Wakalixes." That's the general principle: "Wakalixes makes it go." There's no knowledge coming in. The child doesn't learn anything; it's just a word!

What they should have done is to look at the wind-up toy, see that there are springs inside, learn about springs, learn about wheels, and never mind "energy." Later on, when the children know something about how the toy actually works, they can discuss the more general principles of energy.


So, when you try to understand how something works or comes to be, and some authority say to you it's because of X, you better know how X operates.

If you haven't read a book called "Surely You're Joking, Mr. Feynman", you should really read it at least once in your life. It contains a lot of fun adventures by the great scientist Richard Feynman.

Tuesday, July 03, 2007

T3 Is Near Completion

We have the latest 4-D ultrasound of the T3 project today. This is her 23rd week and she should come out around October 26 or so. You can see an exciting movie of her sleeping here.

As usual, we went to Bangpo General Hospital in the morning to meet Dr. Vichit who brought Titus and Tatia to this planet. We are quite certain he will do the same for T3.

Titus was born before we had access to the 4-D ultrasound so he doesn't have his pre-natal movies. Tatia's movies can be found in my previous posts here and here.

You know, T3 looks very much like Tatia, so maybe the ultrasound machine always draws the same face every time :-D

Monday, June 25, 2007

ความสามารถของธีธัช

อาทิตย์ที่ผ่านมา ธีธัชแต่งเนื้อเพลงไว้สองเพลง แต่ยังไม่มีทำนอง โดยพยายามร้องในรถ และโต๊ะอาหาร:

ค้างคาวเอ๋ย
เจ้านอนท่าไหน
นอนห้อยหัว
แสดงว่าถูก

และ

ยีราฟเอ๋ย
ทำไมไม่กินเนื้อ
แต่สิงโตกินเนื้อ
สัตว์อื่นๆ

นอกจากนี้หลังจากธีธัชดูหนังตัวอย่าง Transformers ไปหนึ่งรอบ เมื่อเห็นรูป(นางเอกหนัง Transformers)นี้ในหนังสือ Movie Time:

ก็เรียกผมให้ดูว่าเป็นหนังหุ่นยนต์

เข้าใจจำนะลูก

Tuesday, June 19, 2007

Pound = lb. and Ounce = oz. Why?

This is one of the questions that kept me wondering, but not enough to actively look for the answer. Today, my RSS feeder found a short article by the World's Smartest Human Being, Cecil Adams:

"Lb." stands for libra, the basic unit of Roman weight, from which our present-day pound derives. The libra weighed a little under 12 ounces avoirdupois.

"Oz." stands for the Italian onza, ounce. It came into use in the 15th century. Ounce comes from the Latin uncia, a 12th, which is also the source of the term "inch."

Of course, in the end, it does not explain why pound comes from pondo while lb. comes from libra. I guess random accident of human decisions got stuck with us again.

I have read the Straight Dope in physical book format since 1987 and found it very interesting. You might want to visit the website.

Sunday, June 17, 2007

A Debate About Life After Death

Michael Shermer gains my respect as a great proponent and educator against irrational beliefs.

Deepak Chopra is very likely one of the greatest (and very rich) living charlatan of our time. He is a real medical doctor, by the way.

They had a debate about Life after Death. You should be able to guess which side I am on.

A moral of the story is: Even if a person is a real medical doctor, it does not mean that he is not a bullshitter and we should always question authority.

If there is life after death, there is no evidence for it. Given what we have observed in the world, I don't think it's likely there is such a thing. It's not depressing to me that after I die, I would feel exactly like before I was born and that I should live the best/most useful life I can during the short time I have. Many people I talked to don't feel the same way and prefer that there is an afterlife.

Friday, June 08, 2007

Skepticality Podcast


visit Skeptic.com


Everytime I visited the USA, I would always buy the current issues of Skeptic magazine. The magazine is the official publication of the Skeptics Society, a scientific and educational organization of scholars, scientists, historians, magicians, professors and teachers, and anyone curious about controversial ideas, extraordinary claims, revolutionary ideas, and the promotion of science.

I was looking for something interesting to listen to on my computer and mp3 player, and I found out about Skepticality, which is the official podcast of Skeptic magazine. I was very happy to see the podcast archive that should feed me for a year.

There are two things that currently annoy me greatly and make me think that skepticism should be more widely practiced in Thailand:

1. The "Jatukam Ramathep" hype in Thailand.
2. Books such as "ไอนสไตน์ถาม พระพุทธเจ้าตอบ" which short-change the intricacy and beauty of science in the public's mind by confusing various religious claims with scientific ideas.

In the first annoyance, I am quite pissed that people who claim to be Buddhists blatantly ignore Gautama Buddha's teaching and give in to superstition and worship to attain their well-being. It's as if Buddha never existed and never taught us what he discovered.

For the second annoyance, I usually found gross inaccuracies about what we know about the world through scientific investigation in this type of books. Given the authors' sloppiness about being well-informed and accurate about science, I think it's prudent to assume that they are similarly sloppy about their religion too. The uninformed readers would be fooled by the authors' eloquence and misunderstand our universe in the end. A mind poison, indeed.

Of course, the two annoyances are just the latest fads that reflect our society's preference, and I think the more people consciously become a skeptic, the more we can dispel ignorance and superstition from our society. I firmly believe that democracy critically depends on a large number of informed citizens that can make logical decisions. Sadly such a prerequisite seems to be absent from Thailand.

Anyway, I would like to end on a more positive note and would like to introduce you to a very entertaining video of Michael Shermer giving a talk titled "Why people believe strange things." If your Internet connection is not fast, you would probably want to download the file and play it later.

Thursday, June 07, 2007

M81

Here is a beautiful description of what the M81 galaxy meant to an astronomer when he looked at it.

High resolution pictures and more info about M81 can be found here.

If you are not sure what a galaxy is, you should really check this Wikipedia article.

Billions and billions (and billions...) of galaxies, each with billions and billions (and billions...) of stars. Our Sun is just one of these stars. All life on Earth's surface derive their energy input from the Sun.

By the way, M81 is considered quite close to us at about 12 million light-years away. Now, to put that distance in perspective, it took light 12 million years to travel from M81 to Earth. Meanwhile, the speed of light is so great (to us) that light can travel around the Earth 7 times in one second. (Light travels about 300,000 kilometers per second, or about a billion kilometers per hour.)

We live in a really big universe.