ผมกลัวผีครับ
ผมค่อนข้างแน่ใจมากๆว่าไม่มีผีจริงๆหรอก (ถ้าจะให้พนันคงจะต่อสัก 1000:1 ว่าไม่มี) แต่สมองส่วนขี้กลัวถูกโปรแกรมตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆว่าให้กลัวผี ดังนั้นเวลาดูหนังผีจะรู้สึกเสียวสันหลังและขนลุกที่ต้นคอถ้าหนังทำบรรยากาศน่ากลัว (ผมเคืองหนังเรื่อง The Sixth Sense มากกว่าหนังผีอื่นๆ ที่ดันบอกว่าเวลามีผีอยู่ด้วยในห้อง ห้องจะเย็นและเราจะขนหัวลุก ทำให้กลัวไปกันใหญ่)
ผมมีสมมุติฐานว่าคนที่บอกว่าเคยเห็นผีน่าจะเป็นเพราะภาพลวงตา หรือเสียงลวงหูหรือสมองลวงตัวเอง เพราะว่าใจพยายามอธิบายข้อมูลแปลกๆว่าเกิดจากผี ไม่ใช่เพราะสมอง ตา หู ทำงานผิดพลาดหรือเกิดจากปรากฎการณ์ธรรมชาติอื่นๆที่เราไม่รู้ ดังนั้นคนกลัวผีจึงมีโอกาสเจอ "ผี" มากกว่าคนไม่กลัวผี เนื่องจากผมอยากรู้ให้แน่ใจว่าผีมีหรือเปล่า ดังนั้นเวลาผมเจอเงาแปลกๆ หรือเสียงแปลกๆผมจึงพยายามหาว่าต้นตอเกิดจากอะไร และยังไม่เคยพบผีสักที
ทุกครั้งที่ผมไปเขาใหญ่ผมจะเห็นคนจุดธูปบูชาศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ผมจึงฝากในใจว่าถ้ามีผีในป่าขอให้มาปรากฎให้ผมเห็นชัดๆด้วย เพราะมีคนบอกว่ามีผีในป่าเยอะ แม้ว่าผมจะกลัวผีมาก แต่ผมอยากรู้อยากเห็นมากกว่า และดูจากอัตราการตายของประชากร คิดว่าการตายจากการถูกผีหลอกไม่น่าจะอันตรายนัก เพราะอัตราการตายต่ำกว่าจมน้ำ ฟ้าผ่า หรือเป็นโรคอ้วน คิดชั่งใจดูแล้วตัดสินใจว่า ถึงจะกลัวสุดขีดแต่รอดตายและรู้แน่นอนว่ามีผีจริงๆ น่าจะคุ้ม
วันเสาร์ที่ผ่านมาผมขึ้นไปเขาใหญ่กับภรรยาและธัชธีญา เพื่อไปรับธีธัชที่ไปแคมป์กับโรงเรียนบ้านพลอยภูมิในอาทิตย์ที่ผ่านมา จะค้างหนึ่งคืนและกลับในวันอาทิตย์ คราวนี้ก็เช่นเคย อธิษฐานเวลาผ่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่่ว่าถ้ามีผีจริงขอให้แสดงตัวให้ผมรู้ด้วย คราวนี้ผมจะต้องนอนคนเดียวในห้องพัก เพราะตอนแรกจองห้องไว้ให้แม่และน้องของภรรยา แต่แผนเปลี่ยนห้องเลยว่าง และลูกๆและภรรยาจะนอนด้วยกันที่ห้องรวมของโรงเรียนและผมต้องแยกไปนอนที่ห้องว่างนั้น ผมคิดว่าเวลาอยู่คนเดียว ถ้าผีมีจริงน่าจะมาเยี่ยมง่ายขึ้น (ซึ่งผมก็คิดเป็นตุเป็นตะไปเองเพราะผมย่อมไม่รู้นิสัยของผี แต่สังเกตว่าคนที่เล่าว่าเจอผี มักจะอยู่คนเดียวมากกว่าอยู่ในกลุ่มใหญ่)
หลังจากกิจกรรมวันเสาร์เสร็จสิ้นแล้ว ผมก็ลาภรรยาและลูกๆแล้วขับรถไปยังห้อง แปรงฟันเสร็จก็เปิดคอมพิวเตอร์ดู Monsters vs. Aliens จนจบและเริ่มนอนเมื่อเกือบ 4 ทุ่มเพราะต้องตื่นตีห้า
ตอนกลางดึก(มารู้ทีหลังว่าเกือบตีสอง)ก็เกิดเรื่อง ผมเริ่มฝันว่ามีอะไรที่มองไม่เห็นมาหยิกแขนซ้ายให้เจ็บยิบๆๆ เจ็บตั้งแต่มือไปจนถึงข้อศอก เจ็บจนทนไม่ไหวผมก็ตื่นขึ้นมา แขนก็ยังไม่หายเจ็บ ผมคิดว่าเอาละเว้ย เจอผีแหงๆ รีบเปิดไฟดูทันที
ผมเห็นตัวการชัดเจนเลยครับ เรียงอยู่กันเป็นแถวข้างเตียงเลย มดดำตัวเล็กๆครับ พากันเดินข้ามเตียงผมไปยังอีกฟาก แถวมดบางส่วนยังอยู่บนแขนซ้ายผม และบางตัวก็กำลังกัดผมอย่างเมามัน ผมโมโหเลยปัดตายไปหลายตัว มาคิดทีหลังว่าไม่น่าไปทำเขาเลย เรามาอยู่ในบ้านเขาแท้ๆ แถมไปทำเขาตายอีก เหมือนเราเป็น Aliens มาบุกโลกมดยังไงยังงั้น
โอเค สรุปผลการทดลอง: คราวนี้ยังไม่พบว่ามีผีนะครับ แสดงว่า:
- ผีอาจมีจริงแต่เราเรียกเขาไม่ถูกวิธี อาจจะใช้วิธีคิดในใจไม่ได้ หรือไปบอกคนผิดเช่นเจ้าพ่อศาลเขาใหญ่ไม่มีหน้าที่ไปเรียกผีให้เราดู หรือ
- ผีอาจมีจริงแต่เขายุ่งเลยไม่รู้่ว่าจะมาเจอเราทำไม หรือ
- ผีอาจมีจริง รู้ว่าเราอยากพบ แต่เดินทางมาหาไม่ทัน หรือ
- ผีอาจมีจริง แต่ไม่มาเจอกับเราเนื่องจากสาเหตุอื่นๆ หรือ
- ผีไม่มีจริง
ผมก็คงความเชื่อว่าไม่น่าจะมีผีต่อไป แต่อัตราส่วนต่อรองเพิ่มขึ้นอีกนิด (จาก 1000:1 เป็น 1000+ : 1) ตามหลักการ
Bayesian Inference เปี๊ยบ (ผมเคย
พูดถึงไว้ในอดีตครับ) แต่ผมก็กลัวผีแบบไม่มีเหตุผลเหมือนเดิม (ผมกลัวอะไรแบบไม่มีเหตุผลหลายอย่างครับ เช่นกลัวฉลามในสระว่ายน้ำเพราะไปดู Jaws ตอนเด็กๆ หรือกลัวจิ้งจกมากกว่ากลัวงูเพราะเคยจับจิ้งจกตอนเด็กๆแล้วหางเขาหลุดติดมือ เป็นต้น)
ถ้าใครมีหลักฐานแน่นหนา น่าเชื่อว่ามีผีจริงๆกรุณาบอกผมด้วยนะครับ ถ้าผีมีจริงจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากเพราะว่ามีอะไรที่เราไม่รู้อีกเรื่องเบ้อเริ่มเลย มี Nobel Prizes หลายอันในการศึกษาแน่ ผมชอบสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งแปลกยิ่งดี แต่ต้องมีหลักฐานดีๆนะครับ พวกหลอกลวงชาวบ้าน หรือคิดเป็นตุเป็นตะไปเองแล้วโมเมเอา ไม่น่าสนใจ ผมคิดว่าคนที่ชอบบอกคนอื่นๆว่า "ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่" ไม่มีประโยชน์ต่อสังคมนะครับ เพราะเป็นตัวแพร่ความงมงายในหมู่คนวงกว้างต่อไป ถ้าเราไม่รู้เรื่องอะไรหรือไม่เชื่อเรื่องอะไร ถ้าเราสนใจเราควรจะคิดหาทางตรวจสอบว่าความจริงเป็นอย่างไรนะครับ ลูกหลานในอนาคตจะได้รู้มากกว่าพวกเรา
เท่าที่เห็นข้อมูลสนับสนุนที่ผ่านมา ผมยังไม่เชื่อว่ามี ผี ไดโนเสาร์(ไม่รวมนก)ที่ยังมีชีวิตอยู่ มนุษย์ต่างดาวเยือนโลก Bigfoot หมอดูที่รู้อนาคต ผู้วิเศษอย่าง Harry Potter ฯลฯ นะครับ แม้ว่าในใจผม ผมอยากจะให้สิ่งเหล่านี้มีจริงๆก็ตาม เพราะถ้ามีจริง ก็แสดงว่าธรรมชาติยิ่งแปลกประหลาดกว่าที่เราคิดอีกเยอะ :-D
ปล.
1. เสียงสัตว์แปลกๆที่เราไม่คุ้นเคยในป่ามีมากมายครับ ถ้าเสียงน่ากลัวอาจทำให้เราคิดว่าเป็นผีก็ได้
2. มีนักวิทยาศาสตร์คิดว่าในสถานที่ในอังกฤษที่ว่ากันว่าผีดุนั้น สามารถอธิบายได้จากการที่มีเสียงความถี่ต่ำกว่าที่เราได้ยิน (
infrasound) ทำให้เรารู้สึกอึดอัด รู้สึกว่ามี "อะไร" บางอย่างอยู่รอบๆครับ นักวิทย์เหล่านี้สามารถเปิดและปิดความรู้สึกผีหลอกด้วยการเปิดปิดลำโพงที่ส่งเสียง infrasound ด้วยครับ