Monday, April 26, 2010

คำถามเรื่องการป้องกันตัว

ผมยังไม่ได้คุยกับทนายหรือผู้พิพากษานะครับ แต่เท่าที่ค้นหาดูในอินเตอร์เน็ตเฉยๆ (เช่น http://law.longdo.com/node/701) รู้สึกว่าคนไทยที่เคารพกฏหมายเสียเปรียบกุ๊ยครับ ตัวอย่างเช่น ถ้ากลุ่มคนเสื้อแดงหยุดท่านจะเข้าตรวจค้น ท่านสามารถยิงกระบาลพวกเขาได้หรือไม่? คำตอบคือไม่ได้นะครับ นอกจากเขาจะทำอันตรายท่าน

หรือเขาจะทำร้ายท่านแต่ท่านยิงเข้าเป้าหลายลูกเนื่องจากฝึก double tap + head shot มา ท่านก็อาจถูกว่าทำเกินกว่าเหตุนะครับ

เป็นพลเมืองดีทำตามกฏหมายนี่เสียเปรียบพวกกุ๊ยนะครับ จะพึ่งเจ้าหน้าที่รัฐก็ดูจะหวังไม่ค่อยได้เอาซะเลย


Sunday, April 11, 2010

หนังสือแนะนำ (อีกแล้ว): ฟิสิกส์ 6 บทสุดง่าย


เป็นหนังสือที่แปลมาจาก Six Easy Pieces ของ Richard P. Feynman นะครับ ราคา 190 บาทเท่านั้น

ใครก็ตามที่สนใจว่าธรรมชาติทำงานอย่างไรควรจะอ่านเล่มนี้ก่อนครับ ความจริงทุกคนที่เรียนวิทยาศาสตร์ควรจะอ่านก่อน ไม่งั้นจะสับสนว่าเรียนวิทยาศาสตร์ไปทำโจทย์หรือไปสอบเท่านั้นหรือ หนังสือมีหกบทที่คัดเลือกมาจากบทบรรยายของ Richard Feynman ที่สอนนักเรียนฟิสิกส์เมื่อนานมาแล้ว เนื้อหายังดีมากอยู่ครับไม่ล้าสมัย

Saturday, March 27, 2010

Content Aware Fill

Yesterday, I was very impressed and amazed by the video showing the Content Aware Fill feature in the upcoming version of Photoshop. I was wondering what kind of algorithm made that feature possible. Today, I stumbled on a blog post showing that this feature has been available for the Gimp (an open source image editor) for some time. The image processing plugin is called Resynthesizer. Resynthesizer is described in Paul Harrison's Ph.D. thesis.



A few other interesting algorithms for content aware editing can be found here.

Thursday, March 25, 2010

เมื่อ(คอมพิวเตอร์)กรมสรรพากรคิดว่าผมเป็นผู้หญิง

ผมเริ่มยื่นแบบภาษีเงินได้ภ.ง.ด. 90 เมื่อวันที่ 8 มีนาครับ

เริ่มต้นก็เข้าไปที่หน้าแรกที่ http://rdserver.rd.go.th/publish/page01_pnd901.htm และไม่ลืมบทเรียนจากปีที่แล้ว ก็เลยใช้ Internet Explorer บน Windows XP กรอกครับ

เข้าไปหน้าแรกก็เจอปัญหาเลย ผมต้องกรอกว่าผมสมรสแล้ว และต้องกรอกข้อมูลของคู่สมรส และก็แล้วต้องเลือกประเภทเงินได้ของภรรยา ปรากฎว่าเลือกไม่ได้ครับ มีตัวเลือกอยู่ 5 ตัวเลือกคือ 1 มีเงินได้แต่ (แต่งไม่ถึงปี, หย่า, ตาย) 2 มีเงินได้รวมคำนวณภาษี 3 มีเงินได้แยกคำนวณภาษี 4 มีเงินได้แยกยื่นแบบฯ และ 5 ไม่มีเงินได้ ผมต้องการเลือกข้อ 4 แต่ระบบจะไม่ให้ผมเลือก มีคำเตือนบอกมาว่า:

"M160: ไม่สามารถยื่นแบบได้ เนื่องจากกรณีที่สามีและภรรยาอยู่ร่วมกันตลอดปีที่ล่วงมาให้ถื่อเอาเงินได้ตามมาตรา 40(2)-(8) ของภรรยาเป็นเงินได้ของสามี ตามมาตรา 57 ตรี ประกอบกับมาตรา 57 เบญจ"

(อูย อะไรเนี่ย มาตรา 57 ตรีกับเบญจ)

ผมไม่ได้เลือกข้อ 1 เพราะภรรยาผมยังมีชีวิตและแต่งงานกับผมมาหลายปีแล้ว ผมทดลองเลือกข้อ 2, 3 ดูก็มีคำเตือนเดียวกัน และผมเข้าไปไม่ได้ ทางเดียวที่ผมจะผ่านเข้าไปกรอกข้อมูลได้คือผมต้องเลือกข้อ 5 ที่ว่าภรรยาไม่มีเงินได้ ซึ่งก็ไม่ตรงกับความจริง ผมก็เลยค่อยๆดูว่าทำอะไรผิดหรือเปล่า

ปรากฎว่าชื่อผมในแบบฟอร์มที่ระบบตั้งไว้ให้คือ "นาง" พงศกร ผมสงสัยว่าโปรแกรมจะคิดว่าผมเป็นผู้หญิงเลยคิดว่าผมต้องรวมเงินได้ตามมาตรา 40(2)-(8) ของผมกับคู่สมรส ตามมาตรา 57 (ที่ผมไปหาอ่านดู) ที่ว่าผู้หญิงที่สมรส จะกรอกภ.ง.ด. 90ได้ ก็ต่อเมื่อสามีตาย หย่า แต่งไม่ครบปี หรือไม่มีเงินได้

ผมทำการเปลี่ยนชื่อผ่านระบบให้เป็น "นาย" พงศกร แล้วลองกรอกใหม่ แต่ก็ยังไม่สามารถกรอกได้ ภรรยาผมเลยโทรเข้าไปหา สรรพากร Call Center (0-2272-8000) แล้วเล่าอาการให้เขาฟัง เขาก็รับเรื่องไปและบอกว่าจะติดต่อกลับ

ผมรอประมาณ 1 สัปดาห์และลองเข้าไปล็อกอินตลอด แต่ก็ยังเข้าไม่ได้อยู่ดี แม้ว่าชื่อผมจะเป็นนายพงศกรแล้วก็ตาม

ในครั้งสุดท้ายที่ผมเข้าไป ผมไปเห็นลิงค์ให้ สอบถามปัญหา แนะนำ ร้องเรียนเข้า ผมก็เลยพิมพ์เรื่องของผมใส่เข้าไปในฟอร์ม แบบฟอร์มบอกว่าจะติดตามแก้ปัญหาในสามวัน ผมใส่เรื่องของผมไปในวันที่ 15 มีนา

วันที่ 19 ผมก็ลองเข้าไปกรอกภ.ง.ด. 90 อีกแต่ก็ยังไม่ได้เหมือนเดิม ลองเข้าไปดูสถานะของปัญหาของผม ก็พบว่าสถานะบอกว่าได้รับการแก้ไขแล้ว ผมก็เริ่มเป็นกังวล เพราะถ้าคนแก้คิดว่าไม่มีปัญหา ก็คงไม่มีการติดตามต่อแน่ๆ ผมก็เลยเข้าไปกรอกปัญหาของผมอีกครั้งในวันที่ 19 และหาแผนสำรองว่าถ้ากรอกไม่ได้ในสัปดาห์ต่อไป ผมคงต้องกรอกในกระดาษแล้วไปยื่น แต่ก็คิดหวั่นๆว่าแล้วถ้าคนในกรมสรรพากรเขาเอากระดาษผมไปกรอกใส่คอมพิวเตอร์แล้วมันไม่ยอมจะทำไงต่อไป ผมจะได้ภาษีคืนหรือเปล่า หรือผมควรจะกรอกผ่านอินเตอเน็ทแต่เลือกว่าคู่สมรสไม่มีรายได้ แล้วไปใส่ข้อมูลในลิงค์ปัญหาว่าผมต้องกรอกไปอย่างนั้นเพราะระบบไม่ยอมให้ผมกรอกอย่างอื่น

มาถึงวันพุธที่ 24 ผมก็ยังเข้ายื่นไม่ได้อยู่ดี ภรรยาโทรไป Call Center อีก ผู้รับสายก็บอกว่าสงสัยข้อมูลเพศในฐานข้อมูลไม่ถูกเปลี่ยนแม้คำนำหน้าชื่อจะเปลี่ยนไปแล้ว บอกให้ผมรอจนถึงวันศุกร์แล้วลองใหม่

เช้าวันพฤหัสที่ 25 ผู้ติดตามปัญหาก็โทรมาหาผมว่าให้เข้าไปยื่นแบบใหม่เพราะแก้ไขปัญหาให้แล้ว ผมลองแล้วและเข้าไปกรอกได้สมบูรณ์ถึงหน้าสุดท้าย ก็เห็นช่องว่างเหมือนให้ผมกรอกวันที่ ผมก็พยายามเข้าไปพิมพ์ แต่พิมพ์ไม่ได้ เลยกดลบ หน้าเว็บก็กลับไปหน้าที่ไม่มีข้อมูล ผมเลยต้องเริ่มต้นกรอกทุกอย่างใหม่อีกครั้ง แต่ผมทำเป็นครั้งที่ 5 แล้วเลยคล่องมากๆ และกรอกได้สำเร็จในที่สุด

ข้อสังเกตและสรุปก็คือ

1. การยื่นแบบภ.ง.ด. 90 ยังต้องใช้ Internet Explorer อยู่ เบราเซอร์อื่นอาจมีปัญหา ผมรู้ว่า Safari ใช้ไม่ได้แน่ๆ แต่ไม่ได้ลอง Firefox

2. ระบบน่าจะมีช่องทางให้ตรวจสอบ หรือเปลี่ยนเพศของผู้ยื่นแบบในกรณีที่ข้อมูลผิด ให้ใช้ได้ง่ายขึ้น

3. ส่วนวันที่ในหน้าสุดท้ายควรจะเปลี่ยนรูปแบบให้ผู้ใช้เดาได้ว่าไม่ควร/ไม่ต้องไปกรอกวันที่ เพราะระบบจะทำให้อยู่แล้ว

4. ระบบน่าจะมีการเซฟข้อมูลขณะกรอกได้ ถ้ามีข้อผิดพลาด (เช่นกดปุ่ม Back หรือ คอมพิวเตอร์แฮง) จะได้ไม่ต้องทำใหม่ทั้งหมด

ผมบันทึกไว้เผื่อจะมีใครมีปัญหาเหมือนๆกัน และเผื่อกรมสรรพากรจะปรับปรุงระบบขึ้นอีกในอนาคต ผมพอใจโดยรวมในเรื่องที่กรมสรรพากรพยายามแก้และติดตามปัญหาให้ผมอย่างไม่ชักช้าครับ

Tuesday, March 16, 2010

กดขี่แรงงานเด็ก


ระหว่างขับรถกลับบ้าน แม่อ้อก็ถามธีธัชและธีญาว่าพรุ่งนี้กลางวันจะไปกินข้าวที่ไหนหลังจากเรียนแบดมินตันและว่ายน้ำแล้ว

ธีธัช: ไปร้านสีน้ำเงินกันดีกว่า

แม่อ้อ: ร้านเซ็นหรือลูก

ธีธัช: ไม่ใช่

แม่อ้อ: โอโตย่าเหรอ

ธีธัช: ใช่ ใช่

พ่อโก้: เราต้องประหยัดเงินหน่อยลูก กินบ่อยๆไม่ได้

แม่อ้อ: ใช่ ไว้ไปกินในโควต้าเดือนหน้าก็แล้วกัน

ธีธัช: หูย เดือนหน้า

พ่อโก้: เอางี้ดีกว่า ป่าป๊าให้ธีธัชทำงาน แล้วป่าป๊าจ่ายเงินให้ธีธัชเก็บไปกินโอโตย่าก็แล้วกัน

ธีธัช: โอเค

พ่อโก้: ธีธัชล้างรถป่าป๊าแล้วจะได้ 20 บาท

ธีธัช: โอเค

แม่อ้อ: ธีธัชรู้ไหมว่าต้องล้างรถกี่ครั้งถึงจะพอ

ธีธัช: ไม่รู้ครับ

แม่อ้อ: ต้องล้าง 8 ทีถึงจะได้อุด้งหนึ่งชาม ไม่รวมมันฝรั่งบดด้วยนะ

ธีธัช เริ่มลังเล และถามว่ากินที่ไหนได้อีก

พ่อโก้: เอางี้ ให้ 25 บาทเลย

แม่อ้อ: ถ้ากินร้านน้องเทียน (อาหารตามสั่งข้างๆ office) ล้างครั้งสองครั้งก็ได้กินแล้ว และร้านเส้นกรอบๆ (ก๋วยเตี๋ยววุ้นเส้นหมูตำลึงที่บางขุนนนท์) ล้างครั้งเดียวก็ได้กินแล้ว

ธีธัช: โอเค เดี๋ยวกินร้านเส้นกรอบๆก็แล้วกัน

ธัชธีญาขอแจมมั่ง: ล้างเช้ากลางวันเย็นเลย

ธีธัช: ป่าป๊ารู้ไหมถ้าล้างสองคันจะได้ 40 บาท

Monday, March 15, 2010

บทความแนะนำ (อีกแล้ว): "“ทักษิณ” คือต้นเหตุและปลายเหตุของวิกฤติความขัดแย้ง"

หลังจากผมได้ดูโฟนอินของนักโทษชายทักษิณเมื่อคืนแล้ว ผมก็อึ้ง ไม่รู้จะด่าว่านายคนนี้อย่างไรอีก ความสามารถทางภาษาของผมถึงทางตัน คนอะไรช่างหน้าด้านและเลวร้ายใจดำอะไรเช่นนี้ หลอกลวงชาวบ้านให้มาลำบากเพื่อมหาเศรษฐี ทำลายประเทศไทย เพียงเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด โทษทุกอย่างยกเว้นความชั่วและความความโง่ของตัวเอง

สำหรับโฟนอินนี้ ผมก็ได้แต่เพียงยกบทกวี ที่ผมไม่ทราบชื่อผู้แต่ง มาเผยแพร่:

ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า
ตัวจัญไรต่างมาแล้วสาบสูญ
แต่คนโง่กลับคิดว่าน่าเทิดทูน
ลิงบาบูนก็ยังโง่นิรันดร์ไป
ทรราชถูกขับไล่เพราะอัปรีย์
ประชาชนจึงได้มีชีวิตใหม่
เมื่อท้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ
ตัวจัญไรจึงต้องหนีไปโฟนอิน

ที่น่าหัวเราะก๊ากดังๆก็คือนายทักษิณมาบอกชาวบ้านว่าเดินทางออกจากดูไบ (คาดว่าถูกไล่เพราะเขารับเป็นฐานทัพโจมตีประเทศไทยไม่ไหว) เพื่อไปเยี่ยมลูกสาวที่เยอรมัน แต่ก็ถูกทูตเยอรมันแถลงการณ์ทันทีว่าเยอรมันไม่ให้ทักษิณเข้าประเทศตั้งแต่ปี 52 และถ้าลักลอบเข้าไป ก็จะถูกจับ

อ้อ เกือบลืมว่าจะเขียนเกี่ยวกับบทความแนะนำ บทความนี้เขียนโดยอาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทองครับ แสดงให้เห็นว่าการที่มีคนมาพูดว่าทักษิณเป็นเหยื่อ เป็นผลลัพท์ของโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมนั้น เป็นความคิดที่ผิดและไม่สมบูรณ์อย่างไร และทำไมทักษิณเป็นเหตุของปัญหา ไม่ใช่เพียงปลายเหตุ หรือถูกรังแกเหมือนนางเอกละคร

ตัดเอามาบางส่วนครับ:

"การวิเคราะห์ความขัดแย้งที่เกิดจากชนชั้น แล้วเอา “ทักษิณ” เป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ของ “คนจนและชนชั้นล่าง” จึงเป็นการสร้างภาพลวงตา!

ทั้งลวงสังคม และลวงผู้วิเคราะห์เอง!

พฤติกรรมแบบ “ทักษิณ” จึงควรได้รับการใส่ใจที่จะขจัดให้หมดไป และไม่ให้เกิดขึ้นอีกในสังคมไทย

นักต่อสู้เพื่อคนยากจน เพื่ออุดมการณ์แห่งความทัดเทียม ควรจะรังเกียจที่จะเข้าร่วมกับสมุนของทักษิณที่มุ่งจะรักษาผลประโยชน์ให้ “นาย” เพื่อแลกเปลี่ยนบุญคุณ ตอบแทนบุญคุณ “นาย”

หากมองตามความจริงในบริบทของระบบอุปถัมภ์ “ทักษิณ” ก็คือ “มหาอำมาตย์” ที่แย่งชิงอำนาจและผลประโยชน์!

จะแก้ปัญหาความแตกต่างของสังคม แก้ปัญหาความขัดแย้ง จึงแก้ไม่ได้ ถ้าจะมุ่ง “แก้ตัวให้ทักษิณ” ซึ่งเป็นนายทุนผู้หากินกับโครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมมาโดยตลอด

แก้ไม่ได้ ถ้าจะร่วมมือกับระบอบทักษิณ

แต่จะต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริง ที่ปรากฏชัดเจนเป็นลำดับ ถึงความชั่วร้ายที่ระบอบทักษิณได้กระทำกับประเทศไทย โดยเฉพาะที่ได้โกงกิน กอบโกยเข้ากระเป๋าตัวเอง บิดเบือนใส่ร้ายระบบศาลยุติธรรมของประเทศ

ดังนั้น จึงต้องขจัดระบอบทักษิณออกจากสังคมไทย และค่อยๆ ต่อรอง ถ่วงดุล เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอันไม่เป็นธรรมกันต่อไป"

Wednesday, March 03, 2010

รัฐมนตรีคลังแบบนี้ค่อยน่าจ่ายภาษีหน่อย

ได้อ่านที่ คุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแสดงความเห็นเรื่องการยึดทรัพย์นักโทษชายหนีคดีทักษิณไว้ที่ Facebook ผมก็รู้สึกว่ารัฐมนตรีมันต้องได้อย่างนี้สิถึงจะคุ้มกับตำแหน่ง อำนาจและเงินเดือนที่ประชาชนเสียภาษีให้ ไม่ใช่รัฐมนตรีสากกระเบือที่นั่งคอยกินสินบนเหมือนคนอื่นๆ งานการไม่ทำ หรือทำก็แต่เรื่องโง่ๆ

บทคัดย่อนะครับ (ตัวเต็มอ่านที่ลิงค์):

"ผมนึกย้อนกลับไปช่วงปี ‘49 นั้นทักษิณ อ้อ โอ๊ค เอม ทุกคนออกมา โกหก ครั้งแล้วครั้งเล่าว่าไม่ได้ซุกแต่สุดท้ายก็ต้องจำนนต่อหลักฐาน

แต่ย้อนกลับมาที่ประเด็นสำคัญคือถ้าไม่ปฏิวัติจะได้เห็นคำพิพากษานี้ไหม และทำไม สังคมไทยจึงกลับไม่สามารถ มีความยุติธรรมได้โดยไม่ต้องอาศัยอำนาจเผด็จการ แสดงว่าบางครั้งเผด็จการให้ความสำคัญกับความถูกต้องมากกว่า ระบอบประชาธิปไตยหรือ?

ก็คงเป็นเพราะคนไทยจำนวนมาก จริงๆ แล้วไม่ให้ความสำคัญกับความถูกต้อง ขอให้ค้าขายได้ อยู่ดีกินดี ใครจะทำอะไรก็ช่าง แล้วความคิดเช่นนี้ผิดหรือ? ใครๆ ก็รู้ว่าความถูกต้องหรือความยุติธรรมเป็นสิ่งที่กินไม่ได้ จับต้องไม่ได้ หรือเป็นเพราะคนที่มีอันจะกินเท่านั้นที่มีเวลามาคิดเรื่องความยุติธรรม ในขณะที่คนจนเขาต้องปากกัดตีนทีบเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวและไม่มีเวล่ำเวลามาคิดมากับเรื่องราวเหล่านี้

และเมื่อคนส่วนใหญ่ยังยากจน และเสียงส่วนใหญ่เป็นเสียงสวรรค์ในระบอบประชาธิปไตย คำตอบสุดท้ายจึงเป็นเช่นนี้ ก็คือเป็นว่า “เราไม่แคร์”

ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น แต่ก็อีกหล่ะครับ คนที่ “ไม่แคร์” มีตั้งเยอะที่เป็นพ่อค้าและคนร่ำรวย เอาเข้าจริงทุกคนก็จะพูดว่าต้องการเห็นความถูกต้อง แต่น้อยคนที่พร้อมจะเสียสละโอกาสของตนเอง เพื่อความถูกต้อง

ถ้าทุกคนทำตามหน้าที่ ความยุติธรรมก็จะปรากฏเสมอโดยไม่ต้องมีคนมายัดเยียดให้กับเรา ด้วยการปฏิวัติหรืออื่นๆ เราทำเองได้ แต่เราไม่ทำ "

Monday, February 08, 2010

ข่าวน่าสงสัย

ไปอ่านข่าว “พงศพัศ” ยื่นมือช่วย “ครูน้อย” ปลดหนี้เงินกู้นอกระบบกว่า 8 ล้าน แล้วเกิดความสงสัยมากเนื่องจากตัวเลขต่างๆไม่สมเหตุสมผล

ผมสงสัยข่าวนี้มาก ผมคิดว่าครูน้อยมีหนี้มากเกินไปกว่าจำนวนเด็ก ผมประมาณว่าถ้าเลี้ยงเด็กด้วยจำนวนเงินเฉลี่ยคนละ 5,000 บาทต่อเดือน มีเด็กประมาณ 70 คน ค่าใช้จ่ายก็ประมาณ 3-4 แสนต่อเดือน ไม่น่าปล่อยให้มีหนี้สินถึง 8 ล้านได้ อ่านในข่าวครูน้อยก็ใข้เงินค่าเรียน 4,000 บาทต่อวัน (=120,000 บาท/เดือน) + 220,000 สำหรับอาหาร น้ำ ไฟ อาหาร ซึ่งก็รวมเป็นไม่ถึงสี่แสนต่อเดือน ตรงกับเลขประมาณการเลี้ยงเด็กที่ผมคิด

สงสัยมีคนยักยอกเงินครูน้อยไปใช้หรือเปล่า

Thursday, February 04, 2010

ธีธัช นักทำงานเพื่อสังคม


ธีธัชเห็นเพื่อนเม็กก้าและกันน์ทำน้ำยาล้างจานมาขายขวดละ 21 บาทเลยอยากทำบ้าง เลยไปหาหม่าม้าเพื่อปรึกษาแผนการธุรกิจ

ธีธัช: หม่าม้า ธีธัชอยากทำน้ำยาล้างจานขายบ้าง
หม่าม้า: ก็ได้ลูก แต่ธีธัชขายแล้วจะเอาเงินไปทำอะไร
ธีธัช: เอาเงินไปช่วยชาวแอตแลนติสก็ได้นะ
หม่าม้า: ชาวอะไรนะ?
ธีธัช: ชาวแอตแลนติสไง ที่เกาะเขาโดนแผ่นดินไหวแล้วมีตึกทับน่ะ
หม่าม้า: (อ๋อ เฮติ)

สงสัยธีธัชจะไปฟังใครเล่าเรื่องแอตแลนติสแล้วสับสนกับเฮติ

(ชาวแอตแลนติส?)

Wednesday, February 03, 2010

เราจะตรวจสอบว่าเครื่อง GT200 ทำงานได้หรือไม่ได้อย่างไร


อ่านความเห็นผู้อ่านบางท่านที่ข่าวผ่าหลักการเครื่องตรวจระเบิด จับไต๋ GT200 แล้วรู้สึกเป็นกังวล บางท่านบอกว่าถ้าหาระเบิด 10 ครั้งแล้วเจอ 8 ครั้ง ก็สามารถสรุปได้ว่าเครื่องมือใช้ได้ ความเห็นนี้ฟังดูเผินๆก็เหมือนว่าจะใช้ได้ แต่จริงๆแล้วถึงจะหาระเบิดได้ 8 ครั้งจาก 10 ครั้งก็ยังไม่ควรสรุปว่า GT200 ใช้งานได้

ปัญหาก็คือ การตรวจจับเพียง 10 ครั้งนั้น จำนวนครั้งยังน้อยอยู่ โอกาสที่จะตรวจได้เจอ 8 ครั้งหรือมากกว่านั้นยังสูงอยู่แม้ว่าเครื่องจะเดาสุ่มก็ตาม

แล้วเราควรจะทดลองอย่างไรดี วิธีที่นิยมใช้ตรวจสอบประสิทธิภาพของอุปกรณ์หรือยาต่างๆว่ามีประสิทธิภาพไหมก็คือ Double-blinded study ในกรณี GT200 เราสามารถทำได้อย่างนี้

1. หาผู้เชี่ยวชาญการใช้งาน GT200 มาเป็นผู้หาระเบิดในการทดลอง

2. มีทีมวางระเบิดที่ไม่รู้จักกับผู้ใช้งานในข้อที่ 1 ที่จะทำการวางระเบิดให้ตรวจหา

3. มีกล่องทึบแสง 2 ใบ วางห่างกันสัก 10-20 เมตร หรือตามแต่ผู้ใช้งานในข้อ 1 คิดว่าจำเป็น ถ้าใกล้กันเกินไปเดี๋ยวจะบอกว่าสัญญาณรบกวนกัน

4. เอาผู้ใช้งานในข้อ 1 ไปหลบไม่ให้เห็นการวางระเบิด

5. ทีมวางระเบิด โยนเหรียญหัวก้อย ถ้าออกหัวให้ใส่ระเบิดไว้ใต้กล่องที่หนึ่ง ถ้าออกก้อยให้วางระเบิดไว้ใต้กล่องที่สอง กล่องต้องปิดบังระเบิดไว้ได้อย่างมิดชิด ไม่สามารถตรวจสอบได้ง่ายด้วยวิธีทั่วไป (เช่น มอง เคาะแล้วฟัง เอาแสงส่องด้านหลัง ดูรอยมือหรือรอยเท้าแถวกล่อง ฯลฯ) ถ้าคิดว่าโยนเหรียญอาจจะไม่สุ่มเพียงพอ อาจใช้การเขย่าลูกเต๋าดูว่าออกคู่หรือคี่ หรือให้คอมพิวเตอร์ออกเลขสุ่่มให้ ระเบิดไม่ต้องตั้งเวลาหรือต่อชนวนไว้ เพราะเราไม่ต้องการให้เกิดการระเบิดจริงๆ เพียงแต่ให้มีสารระเบิดอยู่ในกล่องใดกล่องหนึ่งเท่านั้น เมื่อวางระเบิดเสร็จก็กลบเกลื่อนร่องรอยให้เรียบร้อย อย่าทิ้งรอยเท้ารอยมืออะไรไว้

6. เอาทีมวางระเบิดไปหลบไม่ให้เห็นการค้นหาระเบิด ทีมจะได้ไม่แสดงอาการต่างๆให้ผู้ค้นหาระเบิดอ่านอาการได้

7. ให้ผู้ใช้งานในข้อ 1 ค้นหาระเบิดว่าอยู่ใต้กล่องไหน

8. จดผลว่าตรวจพบได้ถูกต้องหรือไม่

9. กลับไปทำข้อ 4-9 หลายๆครั้ง เช่นสัก 100 ครั้ง

ถ้าทำ 100 ครั้งแล้วทายถูกถึง 80 ครั้งหรือมากกว่า เราก็จะรู้ว่า GT200 น่าจะทำงานได้จริงๆ เพราะโอกาสที่จะมั่วแล้วถูกแบบนั้นจะมีประมาณหนึ่งในสองพันล้านเท่านั้น (สำหรับผู้สนใจ การคำนวณความน่าจะเป็นใช้ binomial distribution สำหรับ n=100; k = 80, 81,..., 100; p = 0.5)

เราควรจะสนใจว่า GT200 อาจจะทำงานได้เมื่อสามารถตรวจพบเกิน 80 ครั้ง หรือน้อยกว่า 20 ครั้ง (เพราะถ้าพบน้อยกว่า 20 เราก็เลือกกล่องตรงข้ามกับ GT200 แล้วเราก็จะพบระเบิด 80 ครั้ง) ถ้า GT200 ทำงานแบบมั่วๆ ผู้ใช้งานก็จะพบระเบิดประมาณ 40-60 ครั้ง เป็นปกติอยู่แล้ว

หลักการนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ตรวจสอบเครื่องรางของขลัง ยาวิเศษ และของแปลกๆอื่นๆได้อีกมากมายครับ ถ้าจะให้ดีควรหาที่ปรึกษาเป็นนักเล่นกลด้วย เขาจะได้ช่วยดูว่าการทดลองของเรามีช่องโหว่ให้เล็ดรอดอย่างไรได้บ้าง

Thursday, January 21, 2010

เบอร์มรณะ (จริงๆ)!!!

อ่านข่าวเบอร์มรณะแล้วผมก็ได้แต่ขำ เพราะว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่เสียงจากโทรศัพท์จะทำให้เลือดคั่งในสมองได้ นอกจากตัวโทรศัพท์จะเกิดการระเบิดเวลายกหูฟัง หรือใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ยานพาหนะแล้วเกิดอุบัติเหตุ

แต่เชื่อไหมครับว่ามันมีลำดับตัวเลขมากมาย ที่ถ้าผู้ฟังฟังจนจบ(หรืออ่านจนจบ)แล้ว ต้องตายทุกคนไปไม่มีข้อยกเว้น ผมจะยกตัวอย่างมาหนึ่งอันดับก่อน และจะบอกแค่ตัวเลขต้นๆเท่านั้นจะได้ไม่มีใครตาย

เอาละนะ ถ้าไม่อยากเห็นอย่าอ่านต่อ




เอาละ 6 ตัวแรกเท่านั้น 3 1 4 1 5 9 ไม่บอกตัวที่เหลือ เดี๋ยวเอาไปใช้ฆาตกรรมกัน

ปล. ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเบอร์โทรมรณะเก๊ที่นี่ และเบอร์มรณะตัวจริงที่ถ้าอ่านจนหมดจะตายได้ที่นี่

Sunday, January 10, 2010

บทความแนะนำ (อีกแล้ว): "ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้วเพื่อสุขภาพและประชาธิปไตย (ที่ไม่ดีแบบฝรั่ง)"

โดยคุณทวิช จิตรสมบูรณ์ครับ บทความเต็มอยู่ที่นี่

มีคนบอกผมมานานแล้วว่าคนควรจะดื่มน้ำเยอะๆ วันละ 8-10 แก้วต่อวัน ซึ่งผมก็สงสัยมาตลอดว่ามันจริงเหรอ เพราะมันน่าจะขึ้นกับขนาดร่างกาย และสภาพอากาศร้อนเย็นแห้งชื้นด้วย ดังนั้นผมจึงไม่ได้สนใจนัก ดื่มนำ้ไปเรื่อยๆเมื่อหิวหรืออยากดื่ม

คุณทวิชก็สงสัยเหมือนผมแต่ลงมือทำอะไรให้คนอื่นๆฉุกคิดหรือถกเถียงในเรื่องนี้ ไม่ใช่แต่เชื่อตามๆกันไป โดยไม่หยุดถามว่าคนที่มาบอกรู้ได้อย่างไรว่าจริง นอกจากนี้ผมชอบอ่านส่วนความคิดเห็นของผู้อ่านด้วยครับ

ผมลองค้นหาใน Google ดูว่ามีหลักฐานอะไรไหมว่าดื่มน้ำวันละ 8 แก้วดีต่อสุขภาพหรือไม่ปรากฎว่าไม่มีหลักฐานหนักแน่นยืนยันว่าดีหรือไม่ดีนะครับ ผมเดาว่าเรื่องอย่างนี้อย่าทำสุดโต่งน่าจะเข้าท่าที่สุด ไม่ดื่มน้อยหรือมากเกินไปกว่าที่ร่างกายต้องการ อย่างน้อยวิธีนี้ก็ทำให้สิ่งมีชีวิตอยู่รอดมาเป็นล้านๆปีแล้ว



Monday, December 28, 2009

เกมใครจุ๊บเป็นคนสุดท้ายชนะ และอย่าแหย่เสือหลับ

วันนี้พาน้องๆที่ทำงานไปกินข้าวกันที่ เซ็นทรัลปิ่นเกล้า ได้พาลูกๆสามคนมาด้วยเพราะไม่ต้องไปโรงเรียน ได้โอกาสเล่นเกม "ใครจุ๊บเป็นคนสุดท้ายชนะ" ซึ่งเป็นเกมที่เหมาะกับคนที่ลูกไม่ค่อยรักและไม่ยอมจุ๊บนะครับ:



เมื่อวันเสาร์มีงานเลี้ยงปีใหม่ที่โรงเรียนศิลปะแหลมคม (google it!) ลูกๆไปกันหมดทั้งสามคน ตอนกลับบ้านธัชธีญามีสภาพอย่างนี้:

Sunday, December 27, 2009

Interesting Warnings About Power Law Distributions

I've wondered about some data that might be distributed according to a certain power law and I found these two links to be informative: So You Think You Have a Power Law — Well Isn't That Special? and Power-law distributions in empirical data.

The abstract of the paper in the second link reads:

Power-law distributions occur in many situations of scientific interest and have significant consequences for our understanding of natural and man-made phenomena. Unfortunately, the detection and characterization of power laws is complicated by the large fluctuations that occur in the tail of the distribution -- the part of the distribution representing large but rare events -- and by the difficulty of identifying the range over which power-law behavior holds. Commonly used methods for analyzing power-law data, such as least-squares fitting, can produce substantially inaccurate estimates of parameters for power-law distributions, and even in cases where such methods return accurate answers they are still unsatisfactory because they give no indication of whether the data obey a power law at all. Here we present a principled statistical framework for discerning and quantifying power-law behavior in empirical data. Our approach combines maximum-likelihood fitting methods with goodness-of-fit tests based on the Kolmogorov-Smirnov statistic and likelihood ratios. We evaluate the effectiveness of the approach with tests on synthetic data and give critical comparisons to previous approaches. We also apply the proposed methods to twenty-four real-world data sets from a range of different disciplines, each of which has been conjectured to follow a power-law distribution. In some cases we find these conjectures to be consistent with the data while in others the power law is ruled out.

Wednesday, December 23, 2009

กระทู้น่าสนใจที่ส่งคนมา Atriumtech.com เดือนนี้

ผมเข้าไปดู log ว่าคนที่เข้ามาที่ Atriumtech.com มาจากที่ไหนเลยไปเจอกระทู้น่าสนใจสองอันครับ

อันแรกคือ "10 สุดยอดกระทู้ห้องกล้องปี 2009" มีอะไรที่เกี่ยวกับการถ่ายภาพและการหลอกลวงน่าสนใจดีครับ

อีกอันคือ "เราจะดูกระทู้แรกของพันทิปได้อย่างไร" ที่มีคำอธิบายการใช้ search ของ Atriumtech ที่เก็บกระทู้เก่าๆของพันทิปไว้

Monday, December 21, 2009

Update ลิงค์ครอบครัว

ตอนนี้คุณอ้อไม่ได้ update รูปภาพที่ Tabblo แล้วนะครับ เธอบอกว่าใช้เวลานานมากกว่าจะเสร็จแต่ละอัน ตอนนี้เลยไปเปิด blog และ album ที่ Multiply.com ที่ใช้ได้ง่ายและเร็วกว่าแทน เข้าไปดูได้ที่ http://mamaaor.multiply.com/ ครับ

ผมพึ่งอัพโหลดวิดีโอที่ YouTube เสร็จอีกสองอัน อันแรกคือการฝึกเด็กๆให้เป็น Ninja Turtles อีกอันคือคลิปที่ธีธัชสร้างโทรศัพท์เป็นของขวัญวันเกิดแม่





Monday, December 14, 2009

พล็อตห่วย หรือ มันเห็นคนไทยเป็นควายหรือไง

สืบเนื่องจากข่าวเขมรอภัยโทษวิศวกรไทยนะครับ

ผมชอบความเห็นที่ 253 โดยคุณ คนนะโว้ยไม่ใช่ควายแดง เป็นพิเศษ จึงขอบันทึกไว้ให้อยู่นานๆ:

คำถามที่ต้องใช้สมองคิดก่อนตอบ

1. ถ้าคุณเป็นพ่อหรือแม่แล้วลูกโดนจับเข้าคุก คุณจะทำอย่างไรกับลูกที่ต้องติดคุกอยู่ต่างประเทศ
ก. ยื่นขอประกันตัว หรือ ข. ปล่อยให้ติดคุกเขมรไม่ขอประกันตัว

2. ถ้าลูกคุณโดนศาลชั้นต้นตัดสินว่าผิดข้อหาจารกรรมข้อมูลลับ เป็นภัยต่อความมั่นคง และต้องติดคุก คุณจะทำอย่างไร
ก. ยื่นขออุทรณ์เพื่อต่อสู้ในความบริสุทธิ์ หรือ ข. ไม่อุทรณ์ ยอมรับว่าทำผิดตามนั้นจริง

3. หรือถึงแม้ว่าถ้าคุณเป็นสมาชิกแก๊งค์โจรหรืขอทานเลวๆอยู่สักแก๊งค์หนึ่งหนึ่ง คุณจะ...
ก. ด่าคนที่คิดร้ายกับหัวหน้าแก๊งค์และจัดการกับมันอย่างสาสม หรือ ข. พยายามช่วยเหลือคนที่คิดร้ายนั้นอย่างเต็มที่ในทุกๆทาง

4. ถ้าคุณเป็นผู้นำแบบชั่วๆโฉดๆของเขมร คุณจะ...
ก. จัดการขั้นเด็ดขาดกับคนที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศจริง หรือ ข. ยกโทษให้มันง่ายๆแล้วปล่อยให้มันไปทำงานอย่างเดิมต่อเถอะ

5. ถ้าคุณเป็นผู้นำประเทศ คุณจะ..... กับบุคคลที่โดนตัดสินว่าภัยต่อความมั่นคงของชาติ
ก. ประหารชีวิตหรือให้รับโทษขั้นสูงสุด หรือ ข. ให้เกียรติและให้การรับรองประดุจดาราตุ๊กตาทองหรือแขกวีไอพีของประเทศ

ถ้าคุณตอบข้อ ก.ทั้งหมด แสดงว่าคุณน่าจะเป็นคนที่มีความคิดและมีการศึกษา รู้ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร และ ละครตลกน้ำเน่าสำหรับคนโง่เป็นอย่างไร
แต่ถ้าคุณตอบข้อ ข. แม้เพียงข้อเดียว ผมว่าคุณคิดไม่เป็นเลยหรือไม่คุณก็มีสมองเพียงไว้กั้นหู2ข้างของคุณไม่ให้มันติดกันเท่านั้นเอง

สำหรับผู้ไม่ได้ติดตามข่าวแต่ต้นนะครับ มาดูว่าใครเลือกข้อ ข. กันบ้าง:

ข้อ 1 แม่วิศวกรทำข้อ ข.
ข้อ 2 แม่วิศวกรทำข้อ ข.
ข้อ 3 สมาชิกแก็งค์พรรคเพื่อไทยทำข้อ ข.
ข้อ 4 ฮุนเซนทำข้อ ข.
ข้อ 5 ฮุนเซนทำข้อ ข.

Friday, December 11, 2009

ของน่าสนใจทำด้วยไม้


บังเอิญไปพบเว็บ Woodworking for engineers มีโปรเจ็คทำด้วยไม้ที่น่าสนใจหลายอันเช่น หน้าไม้ ลูกสูบไม้ และ เครื่องบวกเลขฐานสองทำจากไม้ เลยอยากบันทึกไว้เผื่อได้ทำเล่นกับลูกๆ ในอนาคต

ปู่ผมเป็นชาวนาและช่างไม้ที่เก่งขนาดสร้างบ้านและต่อเรือได้ด้วยตัวเอง น่าเสียดายที่ผมไม่ได้มีโอกาสฝีกงานกับท่านเลย พอแก่ตัวลงอยากหัดทำบ้าง

Wednesday, December 02, 2009

One of the Greatest Physicists Might Have Been Autistic

Paul Adrien Maurice Dirac was the great physicist who started the unification of special relativity with quantum mechanics and predicted the existence of anti-electrons or positrons. His name is also attached to the Fermi-Dirac statistics which describes how particles behave. He's one of the gods of physics.

He's also well known (among physicists) for his precise and laconic utterance along with his exceedingly literal interpretation of others' sentences*. I just found out that there's a new biography of Dirac that claims that he was autistics. NPR has an interview of the author and there's an article about autism screening related to Dirac.

For many amusing anecdotes about the man, see this page.

--- - ---- - ----- ---------
* For example (taken from the last link above), here is typical Dirac interaction:

When Paul Dirac made a rare error in an equation on the blackboard during a lecture one day, a couragous student raised his hand: "Professor Dirac," he declared, "I do not understand equation 2."

When Dirac continued writing, the student, assuming that he had not been heard, raised his hand again and repeated his remark. Again Dirac merely continued writing...

"Professor Dirac," another student finally interjected, "that man is asking a question." "Oh?" Dirac replied. "I thought he was making a statement."

Wednesday, November 25, 2009

An Inappropriate Interpretation Of A Heart-Rending Poem

Someone pointed me to a very sad poem by W.H. Auden today. I first heard it in the movie Four Weddings and a Funeral. However, I just realized that for "He was my North, my South, my East and West" to be true, one of the lovers must be at the north pole and the other must be at the south pole.

Also, the dead lover seems to exhibit superposed quality of space, time, information, and matter. (See the highlighted part of the full poem below.)

The full poem is this:

Stop all the clocks, cut off the telephone,
Prevent the dog from barking with a juicy bone,
Silence the pianos and with muffled drum
Bring out the coffin, let the mourners come.

Let aeroplanes circle moaning overhead
Scribbling on the sky the message He Is Dead,
Put crepe bows round the white necks of the public doves,
Let the traffic policemen wear black cotton gloves.

He was my North, my South, my East and West,
My working week and my Sunday rest,
My noon, my midnight, my talk, my song;
I thought that love would last for ever: I was wrong.

The stars are not wanted now: put out every one;
Pack up the moon and dismantle the sun;
Pour away the ocean and sweep up the wood.
For nothing now can ever come to any good.

If you recite it in an appropriate way, you can summon tears to your eyes.

Tuesday, November 24, 2009

One Down, Quite A Few To Go

“สมัคร สุนทรเวช” ถึงแก่อนิจกรรม

พฤษภกาสร อีกกุญชรอันปลดปลง
โททนต์เสน่งคง สำคัญหมายในกายมี
นรชาติวางวาย มลายสิ้นทั้งอินทรีย์
สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

--สมเด็จกรมพระยาปรมานุชิตชิโนรส

ผมคิดว่า คดีคอรัปชั่นโกงส่วนรวมต้องไม่มีอายุความ และแม้ตัวจะตายไปแล้ว ทายาทก็ต้องรับผิดชอบนะครับ

ให้อภัยกันพรำ่เพรื่อทำให้ต้นทุนคอรัปชั่นตำ่ไป เลยมีคนทำกันเกลื่อนเมือง บางคนก็คิดสะสมให้ทายาทอีก ส่วนรวมเลยโดนเอาเปรียบมหาศาล

Wednesday, November 18, 2009

ตรรกศาสตร์ประยุกต์

ผมอ่านข่าวว่าผบ.ทบ. ออกมาบอกว่าไม่มีคนในกองทัพเกี่ยวข้องกับการยิงระเบิดใส่การชุมนุมของประชาชนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ที่สนามหลวง ใจผมก็คิดไปเลยว่า "รู้ได้ไงว้า" จากนั้นอีกครึ่งนาที ผมก็คิดว่าข้อความเหล่านี้ต้องเป็นจริงหนึ่งข้อความ:

1. ผบ.ทบ. พูดความจริง และทราบว่าใครบ้างเกี่ยวข้องกับการยิงระเบิด และไม่มีใครในกลุ่มนั้นเกี่ยวข้องกับกองทัพ

2. ผบ.ทบ. พูดความจริง และได้ตรวจสอบทุกๆคนในกองทัพ และไม่มีใครเกี่ยวข้องกับการยิงระเบิด

3. ผบ.ทบ. ไม่ได้พูดความจริง

โอกาสที่ข้อ 2 จะเป็นจริงน่าจะน้อยกว่าข้ออื่นๆมาก เพราะเวลาผ่านมาไม่กี่วัน และมีคนในกองทัพประมาณสามแสนคน ไม่น่ามีเวลาตรวจสอบ ดังนั้นไม่ข้อ 1 ก็ข้อ 3 น่าจะเป็นจริง

เห็นด้วยไหมครับ มีทางเลือกอื่นๆที่เป็นไปได้อีกไหม

Monday, November 16, 2009

ธัญญา: เทพธิดาพยากรณ์


วันนี้คุณปองเจ้าของร้านกาแฟใกล้โรงเรียนอนุบาลบ้านพลอยภูมิมาขอให้ธัญญา (ลูกสาวคนเล็กของผม อายุ 2 ขวบ) ใบ้หวยให้

คุณปองถามว่าน้องนับได้หรือยัง พอผมบอกว่ายังไม่ได้ คุณปองก็เอาโทรศัพท์มือถึอส่งให้ บอกว่าให้กดสองปุ่ม

ธัญญากด "85" แล้วคุณปองก็เอาโทรศัพท์คืนไป บอกว่าถ้าหาเจอจะซื้อ ไม่รู้คุณปองซื้อหรือเปล่า

ตอนกลางวันกินข้าว ผมกับภรรยาก็เล่าให้น้องๆที่ที่ทำงานฟัง

พอตอนบ่าย น้องเติ้งที่ทำงานก็บอกผมว่า ธัญญาใบ้หวยเก่ง เลขท้ายสองตัวออก "58" ผมได้ทีก็เลยโม้ใหญ่ว่า เนี่ยถ้าฟังธัญญาแล้วซื้อหวยต้องรวยแน่ๆ พี่นี (พี่เลี้ยงธัญญา) ก็บอกว่าไม่บอกเขาก่อน ไม่งั้นเขาคงจะซื้อทั้ง 85 และ 58 และคงจะถูกแล้ว

ไว้ใกล้ๆงวดหน้าจะให้ธัญญามาใบ้ใหม่นะครับ

ปล.

1. เวลาผ่านไปสักพัก พี่นีก็เข้าถึงสัจธรรมว่า "เออเนอะ เวลาใบ้ผิดก็ไม่เคยพูดถึง"

2. ภาพประกอบคือธัญญาพยายามทานโกโก็เย็น(ที่ดูดมาจากแก้วของแม่)ที่ติดอยู่ตามหน้าให้เกลี้ยงเกลา

3. ความน่าจะเป็นที่จะใบ้เลขสองตัวให้ถูกเป๊ะ = 1/100 ความน่าจะเป็นที่จะใบ้สองตัวแต่ไม่แคร์ว่าตัวเลขจะสลับไหม = 1/50

4. มีคนบอกว่าการซื้อหวย เป็นภาษีของคนที่ไม่เก่งเลข แต่ความเห็นของผมก็คือมันคือความบันเทิงรูปแบบหนึ่งที่คนเอาเงินไปแลกกับความตื่นเต้นเล็กๆน้อยๆ ถ้าไม่บ้าเล่นจนหมดตัวก็น่าจะไม่เลวร้ายไปกว่าความบันเทิงหลายๆอย่าง เช่น ละครหลังข่าว เหล้า บุหรี่ (อืมอบายมุขทั้งนั้นเลยนี่หว่า)

5. ผมซื้อหวยไม่น่าจะเกินสิบครั้งในชีวิต ส่วนใหญ่เป็นการซื้อเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้คนที่มาขอให้ผมใบ้หวยให้ และจะได้หัวเราะเวลาทุกคนถูกกิน (แต่ผมเคยใบ้ถูกหนึ่งครั้งโดยไม่ได้ตั้งใจ)

6. ผมเคยเขียนเกี่ยวกับหวยไว้ในอดีตบ้างในลิงค์เหล่านี้

บทความแนะนำ (อีกแล้ว): “พระยาละแวก” และ “ออกญาจักรี”กับปัญหาการเมืองปัจจุบัน

อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทองเขียนไว้ที่นี่ครับ

Excerpt:

น่าคิดว่า... ในอดีตนั้น สมเด็จฮุนเซนได้อาศัยราชอาณาจักรไทยที่ให้ความช่วยเหลือเอาไว้มาก แต่ไฉนกลับไปตอบแทนเป็นเรื่องส่วนตัวให้กับทักษิณ

ขณะเดียวกัน ทักษิณเองได้ร่ำรวยส่วนตัวและมีอำนาจ ก็โดยอาศัยสัมปทานสมบัติของแผ่นดินไทยส่วนรวม แต่ไฉนกลับไปสมคบคิดหาผลประโยชน์ส่วนตัวกับฮุนเซน ไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อประโยชน์ของชาติไทยส่วนรวม ถึงขนาดไปเป็นที่ปรึกษาให้กัมพูชา ทั้งๆ ที่ ตนเองล่วงรู้ความลับความมั่นคงของชาติจากการเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย และก็รู้จุดอ่อน-จุดแข็ง ในการเจรจาเขตแดนและผลประโยชน์มหาศาลระหว่างไทยและกัมพูชามาก่อน เท่ากับเป็นการนำความมั่นคงของชาติไปอยู่ในจุดที่ล่อแหลม

จะแตกต่างอย่างไรกับ “ไส้ศึก” ?

น่าคิดว่า.. จุดจบของคนอย่าง “ออกญาจักรี” และ “พระยาละแวก” ในประวัติศาสตร์ ไม่เพียงพอที่จะเป็นบทเรียนเตือนสติ หรือเป็นแนวทางสอนใจให้กับผู้ใด บ้างเลยหรือ?

Monday, November 09, 2009

พี่น้องคนไทยเสื้อแดงตื่นได้หรือยัง

เช้าวันนี้มีคนส่งลิงค์ให้อ่านบทสัมภาษณ์นักโทษชายหนีคดีทักษิณ ชินวัตร ที่ให้ไว้กับหนังสือพิมพ์ The Times ของอังกฤษ บทสัมภาษณ์ชื่อว่า "Ousted Thai leader Thaksin Shinawatra calls for ‘shining’ new age after King’s death" ผมอ่านสองรอบ แล้วอ่าน transcript เต็มอีกครั้ง และก็เห็นว่าไอ้เดนคนนี้มันจาบจ้วงสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างให้อภัยไม่ได้ ผมอยากให้ฝูงชนที่สนับสนุนนายคนนี้ได้ข้อมูลนี้และเลือกกันไปเลยว่าจะยังบูชามันอยู่หรือเปล่า

นักโทษชายคนนี้พูดถึง rule of law, democracy และการถูกกลั่นแกล้ง แต่มันไม่เคยดูตัวเองเลยว่ามันนั่นแหละที่ทำลาย rule of law และ democracy การซื้อเสียงและใช้กลโกงจ้างพรรคมาฮั้วกันเพื่อมาเป็นเสียงข้างมากนั้นมันเป็นการปล้นประชาธิปไตยอย่างน่าอายที่สุด จะพูดถึง rule of law พอมันถูกตัดสินจำคุกเพราะผลประโยชน์ทับซ้อน มันก็แก้ตัวแบบข้างๆคูๆแบบเด็กสิบขวบ แล้วหนีไปต่างประเทศ

มันเป็น Thailand's No. 1 Public Enemy และอริราชศัตรูครับ

Tuesday, October 20, 2009

How Adsense Was Born

I stumbled on this interesting account of how Google's ubiquitous Adsense (the ads from Google that you see everywhere) was born. Humans are not smart enough to predict most things, so one way to see if anything works is to actually make a prototype and see.

Monday, October 19, 2009

เรื่องผีๆ: เจอดีที่เขาใหญ่

ผมกลัวผีครับ

ผมค่อนข้างแน่ใจมากๆว่าไม่มีผีจริงๆหรอก (ถ้าจะให้พนันคงจะต่อสัก 1000:1 ว่าไม่มี) แต่สมองส่วนขี้กลัวถูกโปรแกรมตั้งแต่เป็นเด็กเล็กๆว่าให้กลัวผี ดังนั้นเวลาดูหนังผีจะรู้สึกเสียวสันหลังและขนลุกที่ต้นคอถ้าหนังทำบรรยากาศน่ากลัว (ผมเคืองหนังเรื่อง The Sixth Sense มากกว่าหนังผีอื่นๆ ที่ดันบอกว่าเวลามีผีอยู่ด้วยในห้อง ห้องจะเย็นและเราจะขนหัวลุก ทำให้กลัวไปกันใหญ่)

ผมมีสมมุติฐานว่าคนที่บอกว่าเคยเห็นผีน่าจะเป็นเพราะภาพลวงตา หรือเสียงลวงหูหรือสมองลวงตัวเอง เพราะว่าใจพยายามอธิบายข้อมูลแปลกๆว่าเกิดจากผี ไม่ใช่เพราะสมอง ตา หู ทำงานผิดพลาดหรือเกิดจากปรากฎการณ์ธรรมชาติอื่นๆที่เราไม่รู้ ดังนั้นคนกลัวผีจึงมีโอกาสเจอ "ผี" มากกว่าคนไม่กลัวผี เนื่องจากผมอยากรู้ให้แน่ใจว่าผีมีหรือเปล่า ดังนั้นเวลาผมเจอเงาแปลกๆ หรือเสียงแปลกๆผมจึงพยายามหาว่าต้นตอเกิดจากอะไร และยังไม่เคยพบผีสักที

ทุกครั้งที่ผมไปเขาใหญ่ผมจะเห็นคนจุดธูปบูชาศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ผมจึงฝากในใจว่าถ้ามีผีในป่าขอให้มาปรากฎให้ผมเห็นชัดๆด้วย เพราะมีคนบอกว่ามีผีในป่าเยอะ แม้ว่าผมจะกลัวผีมาก แต่ผมอยากรู้อยากเห็นมากกว่า และดูจากอัตราการตายของประชากร คิดว่าการตายจากการถูกผีหลอกไม่น่าจะอันตรายนัก เพราะอัตราการตายต่ำกว่าจมน้ำ ฟ้าผ่า หรือเป็นโรคอ้วน คิดชั่งใจดูแล้วตัดสินใจว่า ถึงจะกลัวสุดขีดแต่รอดตายและรู้แน่นอนว่ามีผีจริงๆ น่าจะคุ้ม

วันเสาร์ที่ผ่านมาผมขึ้นไปเขาใหญ่กับภรรยาและธัชธีญา เพื่อไปรับธีธัชที่ไปแคมป์กับโรงเรียนบ้านพลอยภูมิในอาทิตย์ที่ผ่านมา จะค้างหนึ่งคืนและกลับในวันอาทิตย์ คราวนี้ก็เช่นเคย อธิษฐานเวลาผ่านศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่่ว่าถ้ามีผีจริงขอให้แสดงตัวให้ผมรู้ด้วย คราวนี้ผมจะต้องนอนคนเดียวในห้องพัก เพราะตอนแรกจองห้องไว้ให้แม่และน้องของภรรยา แต่แผนเปลี่ยนห้องเลยว่าง และลูกๆและภรรยาจะนอนด้วยกันที่ห้องรวมของโรงเรียนและผมต้องแยกไปนอนที่ห้องว่างนั้น ผมคิดว่าเวลาอยู่คนเดียว ถ้าผีมีจริงน่าจะมาเยี่ยมง่ายขึ้น (ซึ่งผมก็คิดเป็นตุเป็นตะไปเองเพราะผมย่อมไม่รู้นิสัยของผี แต่สังเกตว่าคนที่เล่าว่าเจอผี มักจะอยู่คนเดียวมากกว่าอยู่ในกลุ่มใหญ่)

หลังจากกิจกรรมวันเสาร์เสร็จสิ้นแล้ว ผมก็ลาภรรยาและลูกๆแล้วขับรถไปยังห้อง แปรงฟันเสร็จก็เปิดคอมพิวเตอร์ดู Monsters vs. Aliens จนจบและเริ่มนอนเมื่อเกือบ 4 ทุ่มเพราะต้องตื่นตีห้า

ตอนกลางดึก(มารู้ทีหลังว่าเกือบตีสอง)ก็เกิดเรื่อง ผมเริ่มฝันว่ามีอะไรที่มองไม่เห็นมาหยิกแขนซ้ายให้เจ็บยิบๆๆ เจ็บตั้งแต่มือไปจนถึงข้อศอก เจ็บจนทนไม่ไหวผมก็ตื่นขึ้นมา แขนก็ยังไม่หายเจ็บ ผมคิดว่าเอาละเว้ย เจอผีแหงๆ รีบเปิดไฟดูทันที

ผมเห็นตัวการชัดเจนเลยครับ เรียงอยู่กันเป็นแถวข้างเตียงเลย มดดำตัวเล็กๆครับ พากันเดินข้ามเตียงผมไปยังอีกฟาก แถวมดบางส่วนยังอยู่บนแขนซ้ายผม และบางตัวก็กำลังกัดผมอย่างเมามัน ผมโมโหเลยปัดตายไปหลายตัว มาคิดทีหลังว่าไม่น่าไปทำเขาเลย เรามาอยู่ในบ้านเขาแท้ๆ แถมไปทำเขาตายอีก เหมือนเราเป็น Aliens มาบุกโลกมดยังไงยังงั้น

โอเค สรุปผลการทดลอง: คราวนี้ยังไม่พบว่ามีผีนะครับ แสดงว่า:
  1. ผีอาจมีจริงแต่เราเรียกเขาไม่ถูกวิธี อาจจะใช้วิธีคิดในใจไม่ได้ หรือไปบอกคนผิดเช่นเจ้าพ่อศาลเขาใหญ่ไม่มีหน้าที่ไปเรียกผีให้เราดู หรือ
  2. ผีอาจมีจริงแต่เขายุ่งเลยไม่รู้่ว่าจะมาเจอเราทำไม หรือ
  3. ผีอาจมีจริง รู้ว่าเราอยากพบ แต่เดินทางมาหาไม่ทัน หรือ
  4. ผีอาจมีจริง แต่ไม่มาเจอกับเราเนื่องจากสาเหตุอื่นๆ หรือ
  5. ผีไม่มีจริง
ผมก็คงความเชื่อว่าไม่น่าจะมีผีต่อไป แต่อัตราส่วนต่อรองเพิ่มขึ้นอีกนิด (จาก 1000:1 เป็น 1000+ : 1) ตามหลักการ Bayesian Inference เปี๊ยบ (ผมเคยพูดถึงไว้ในอดีตครับ) แต่ผมก็กลัวผีแบบไม่มีเหตุผลเหมือนเดิม (ผมกลัวอะไรแบบไม่มีเหตุผลหลายอย่างครับ เช่นกลัวฉลามในสระว่ายน้ำเพราะไปดู Jaws ตอนเด็กๆ หรือกลัวจิ้งจกมากกว่ากลัวงูเพราะเคยจับจิ้งจกตอนเด็กๆแล้วหางเขาหลุดติดมือ เป็นต้น)

ถ้าใครมีหลักฐานแน่นหนา น่าเชื่อว่ามีผีจริงๆกรุณาบอกผมด้วยนะครับ ถ้าผีมีจริงจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจมากเพราะว่ามีอะไรที่เราไม่รู้อีกเรื่องเบ้อเริ่มเลย มี Nobel Prizes หลายอันในการศึกษาแน่ ผมชอบสิ่งมหัศจรรย์ยิ่งแปลกยิ่งดี แต่ต้องมีหลักฐานดีๆนะครับ พวกหลอกลวงชาวบ้าน หรือคิดเป็นตุเป็นตะไปเองแล้วโมเมเอา ไม่น่าสนใจ ผมคิดว่าคนที่ชอบบอกคนอื่นๆว่า "ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่" ไม่มีประโยชน์ต่อสังคมนะครับ เพราะเป็นตัวแพร่ความงมงายในหมู่คนวงกว้างต่อไป ถ้าเราไม่รู้เรื่องอะไรหรือไม่เชื่อเรื่องอะไร ถ้าเราสนใจเราควรจะคิดหาทางตรวจสอบว่าความจริงเป็นอย่างไรนะครับ ลูกหลานในอนาคตจะได้รู้มากกว่าพวกเรา

เท่าที่เห็นข้อมูลสนับสนุนที่ผ่านมา ผมยังไม่เชื่อว่ามี ผี ไดโนเสาร์(ไม่รวมนก)ที่ยังมีชีวิตอยู่ มนุษย์ต่างดาวเยือนโลก Bigfoot หมอดูที่รู้อนาคต ผู้วิเศษอย่าง Harry Potter ฯลฯ นะครับ แม้ว่าในใจผม ผมอยากจะให้สิ่งเหล่านี้มีจริงๆก็ตาม เพราะถ้ามีจริง ก็แสดงว่าธรรมชาติยิ่งแปลกประหลาดกว่าที่เราคิดอีกเยอะ :-D

ปล.

1. เสียงสัตว์แปลกๆที่เราไม่คุ้นเคยในป่ามีมากมายครับ ถ้าเสียงน่ากลัวอาจทำให้เราคิดว่าเป็นผีก็ได้

2. มีนักวิทยาศาสตร์คิดว่าในสถานที่ในอังกฤษที่ว่ากันว่าผีดุนั้น สามารถอธิบายได้จากการที่มีเสียงความถี่ต่ำกว่าที่เราได้ยิน (infrasound) ทำให้เรารู้สึกอึดอัด รู้สึกว่ามี "อะไร" บางอย่างอยู่รอบๆครับ นักวิทย์เหล่านี้สามารถเปิดและปิดความรู้สึกผีหลอกด้วยการเปิดปิดลำโพงที่ส่งเสียง infrasound ด้วยครับ

3. ถ้าท่านชอบเรื่องราวทำนองวิทยาศาสตร์ผมมี blog posts หลายอันเหมือนกันครับ

Thursday, October 15, 2009

I Learned Something New Today: Automatic Differentiation


After 28 years of (amateurishly and rather clumsily) programming computers and 25 years of using calculus, I just found out about a method to calculate numerical derivatives exactly (up to numerical accuracy.)

I knew how to do numerical differentiation based on approximating derivatives with finite differences which incurs inexactness due to truncating infinite series, but I never thought about how to get exact numerical results. Luckily someone else did, and we got the automatic differentiation technique.

Tuesday, October 13, 2009

A Research I Really Want To Be True

Someone pointed this research summary to me. It says that if we restrict our food to 20-50% of normal calories on one day and we eat till we are full the next day, we gain a lot of health benefits.

The excerpt:

"Since May 2003 we have experimented with alternate day calorie restriction, one day consuming 20-50% of estimated daily caloric requirement and the next day ad lib eating, and have observed health benefits starting in as little as two weeks, in insulin resistance, asthma, seasonal allergies, infectious diseases of viral, bacterial and fungal origin (viral URI, recurrent bacterial tonsillitis, chronic sinusitis, periodontal disease), autoimmune disorder (rheumatoid arthritis), osteoarthritis, symptoms due to CNS inflammatory lesions (Tourette's, Meniere's) cardiac arrhythmias (PVCs, atrial fibrillation), menopause related hot flashes."

If this is true, I will starve one day and go to a buffet the next day and live longer! I'm sure that after the one starving day, the food at the buffet will taste even better :-D

Monday, October 05, 2009

ฮีโร่ของผม: วีระ สมความคิด

วันนี้พบบทความเกี่ยวกับคุณวีระ สมความคิด ประชาชนคนธรรมดาที่ทำหน้าที่ต่อสู้คอรัปชันดีกว่าพวกเฮงซวยในสภาอย่างมากมาย เลยมาบันทึกไว้เผื่อจะมีคนเข้าไปอ่านและเข้าใจเขามากขึ้น


Saturday, October 03, 2009

สังฆราช = ?

มีข่าวทำบุญวันเกิดพระสังฆราชครบรอบ 96 ปีบนทีวี (จริงๆแล้วคำศัพท์ที่ถูกต้องควรจะเป็น วันคล้ายวันประสูติในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกครบ 96 พรรษา แต่ลูกผมได้ยินว่าข่าวเกี่ยวกับสังฆราชแล้วถาม ผมจึงใช้คำที่เด็กๆเข้าใจ)

ธีธัช: สังฆราชคืออะไรครับ
พ่อโก้: พระสังฆราชคือพระตำแหน่งสูงสุดในประเทศไทย
ธีธัช: (ทำหน้างงๆ)
พ่อโก้: พระสังฆราชเป็นหัวหน้าของพระไงล่ะ
ธีธัช: (ทำหน้างงๆ)
อากิ๊ก: พระสังฆราชมีสมณศักดิ์สูงที่สุด
ธีธัช: (ทำหน้างงๆ)
พ่อโก้: ถ้าเจไดคือพระ โยด้าคือพระสังฆราช
ธีธัช: อ๋อ

แต่วิกิพีเดียว่าไว้อย่างนี้นะครับ

ปล. ธีธัชอายุ 6 ขวบแต่ดู Star Wars ครบ 6 Episodes แล้ว แถมยังจำตัว Nute Gunray กับ Rune Haako ที่พ่อโก้จำไม่ได้ (แต่เคยเล่าให้ฟังจากหนังสือ Star Wars Encyclopedia) พ่อโก้ไม่รู้ว่าจะห่วงหรือภูมิใจดี

There Might Be A Female Monk From My Family


Tatia likes to dress up as a monk. Aor documented this in her newest Tabblo.

I've been telling my kids that they should not pay respect to people dressing up in yellow monk robes automatically because there are quite a few people who earn money by pretending to be monks. When they are a bit older, I will tell them the generalization that we shouldn't pay respect to people with impressive titles or positions automatically either.

Tuesday, September 29, 2009

คุณว่าถ้านายสมัคร สุนทรเวช และนายนพดล ปัทมะมีชีวิตในสมัยสมเด็จพระนเรศวร พวกเขาจะถูกกุดหัวแล้วหรือยัง?

ผมเคยเขียนถึงนายนพดล ปัทมะ (นพดล ปัทมะ: มันโง่หรือมันเลว) และนายสมัคร สุนทรเวช (ไปไหนมาสามวาสองศอก, What's Going On In Thailand?, Thailand's Puppet Prime Minister?) มาแล้วในบล็อกนี้

วันนี้เป็นวันที่ 448 หลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่ารัฐบาลที่มีนายสมัครเป็นนายก และนายนพดลเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ทำผิดรัฐธรรมนูญ เพราะไปลงนามยกประโยชน์ส่วนรวมของประเทศให้กับต่างชาติ โดยหลีกเลี่ยงการตรวจสอบโดยสภาและประชาชน

วันนี้ป.ป. ช. (คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) ชึ้มูลความผิดนายสมัครและนายนพดลให้ทำการถอดถอนและดำเนินคดีอาญาแล้วครับ (ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะถอดถอนอย่างไร เพราะมันทั้งสองก็หลุดจากตำแหน่งไปแล้ว หวังแต่ว่าศาลจะตัดสินลงโทษก่อนพวกมันป่วยตาย ให้จารึกเป็นเกียรติต่อวงศ์ตระกูลนะครับ)

พรุ่งนี้หนังสือพิมพ์คงมีคำแถลงของป.ป.ช.เต็มๆ ตอนนี้มีแค่ข่าวสั้นๆอันนี้ ผมตัดบางส่วนมาให้ดู:

“และยังมีพยานหลักฐานแสดงว่านายนพดลมีมูลเหตุจูงใจอื่นแอบแฝงอยู่ ว่าจะให้ฝ่ายบริหารดำเนินการได้โดยปราศจากการตรวจสอบของรัฐสภาที่ประกอบด้วยสมาชิกฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่านายนพดลรู้อยู่แล้วถึงความเสียหายที่เกิดจากสภาวะสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตของประเทศไทย และผลกระทบทางสังคมที่จะเกิดขึ้นจากการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ดังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ มีเจ้าหน้าที่ชี้ให้เห็นถึงผลเสียเรื่องนี้แต่นายนพดลไม่ฟัง จึงมีการวิพากษ์กันอย่างกว้างขวางโดยนักวิชาการ นักการเมือง ตลอดจนสื่อมวลชน แต่คำวิพากษ์ดังกล่าวกลับถูกนายนพดลตอบโต้อย่างรุนแรง”

“จากสภาวะสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตของประเทศไทยและผลกระทบทางสังคมของการลงนามในร่างคำแถลงการณ์ร่วมตลอดจนความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการลงนามดังกล่าวทำให้เห็นได้ชัดเจนว่า นายนพดลกระทำไปโดยรู้อยู่แล้วเป็นอย่างดีในความเสียหายดังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ จึงถือว่าในการปฏิบัติหน้าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของนายนพดล กระทำไปเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศไทยและคนไทยทุกคน นายนพลดจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157”

"ส่วนกรณีของนายสมัคร ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ต้องทราบดีถึงความอ่อนไหวของประเด็นซึ่งจะทำให้เกิดสภาวะสุ่มเสี่ยงต่อผลกระทบในเรื่องอาณาเขตและวิกฤตการณ์ทางสังคม อนึ่ง นายสมัครยังเป็นฝ่ายขอให้นายนพดลดำเนินการเพื่อช่วยเหลือนายฮุน เซ็น ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 27 ก.ค.2551 ซึ่งการนำผลประโยชน์ของประเทศชาติมาใช้เป็นเครื่องมือหาเสียงของพรรคการเมืองต่างประเทศอย่างนี้ หากมองถึงสถานะของนายสมัครที่ได้รับความไว้พระราชหฤทัยให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว เห็นได้ว่าเป็นสิ่งที่เหลือเชื่อที่จะมีนักการเมืองไทยคนใดจะมีความคิดเช่นนี้ นายสมัครจึงมีเจตนาร่วมกระทำผิดกับนายนพดล โดยให้ถอดถอนบุคคลทั้ง 2 ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 270 ด้วย"

Monday, September 28, 2009

Aor's Two Tabblos About Khao Yai Trip

Aor took more than 1,700 pictures at the most recent (September 4-6) Khao Yai trip arranged by Bann Ploypoom kindergarten. She chose a few for these two Tabblos: Part I here and Part II here. All of us love the trip.

Friday, September 25, 2009

How To Waste Hours In 3 Easy Steps


1. Go to http://picasa.google.com/ and download Picasa 3.5 (not the 3.0 or 3.1 version.)
2. Tell Picasa to recognize people's faces in your collection of photographs.
3. When Picasa is not sure about a face, it will ask you whether a face belongs to someone. This is where you will spend hours. Very addictive.

P.S.

1. I know that iPhoto '09 already has this feature, but I switched to Picasa 3 many months ago because iPhoto '08 was gobbling up my disk space. Whenever I made a small adjustment (like straighten, lighten, etc.), iPhoto created a copy of the original. Soon, I was running out of disk to store my photographs. Picasa is more forgiving in this regard since it only stores the commands that I want to apply to the original pictures, not copies of the pictures. Also, I didn't buy iLife '09 (in which iPhoto '09 can be found) either.

2. Picasa runs on Mac and Windows. Within 2 hours of installing it on my Mac, I told my wife and she got it running on her Windows machine. Since then, both of us have been classifying unknown faces like crazy.

3. Titus had a lot of fun clicking faces to help Picasa.

Tuesday, September 22, 2009

Cannot Send Emails For Destinations Further Than 500 Miles

Here is a curious story of an email problem. It turned out that email destinations further than about 500 miles could not be reached. See if you can guess why it occurred after reading the first half of the story.

Living with slow Internet connections most of my online life and wrote some buggy programs to send emails in the past, I knew the cause right away :-D

Monday, September 21, 2009

Google รู้ลึก

ผมชอบดูโฆษณาครับ เปิดหนังสือพิมพ์ไทยรัฐและหนังสือพิมพ์ต่างๆเพื่อดูโฆษณาเป็นหลัก เวลาเข้าเว็บที่ไหนผมก็ชอบดูว่ามีโฆษณาอะไรบนเว็บเหล่านั้นบ้าง (แต่ผมไม่ชอบโฆษณาที่เป็นภาพวิ่งๆ หรือทำจาก Flash นะครับ เพราะรำคาญลูกตา และในกรณี Flash ทำให้คอมพิวเตอร์ผมทำงานหนักขึ้นโดยไม่ได้ขอ เครื่องร้อนเปล่าๆ) ถ้าโฆษณาอันไหนน่าสนใจผมก็กดดู เจ้าของเว็บจะได้รายได้บ้างและผมก็ได้เห็นของน่าสนใจ

เมื่อวันก่อนบังเอิญเข้าไปที่ http://www.google.com/ads/preferences/ ปรากฎว่า Google ได้ทำการติดตามว่าผมชอบดูโฆษณาประเภทไหนเรียบร้อยแล้วโดยดูจากประวัติการเข้าเว็บของผม Google เก่งทีเดียวเพราะว่าหัวข้อประเภทโฆษณาถูกหมดเลย Google บอกว่าการติดตามแบบนี้ดูตาม browser เป็นหลัก ไม่ได้ใช้ชื่อนามสกุลผมเป็นหลัก และการทำอย่างนี้จะทำให้สามารถแสดงโฆษณาที่ผมสนใจได้ดีขึ้น


ถ้าสนใจก็ลองกดลิงค์ดูนะครับว่า Google ติดตามคุณอยู่หรือเปล่า ถ้าไม่ชอบให้ติดตามก็สามารถกด Opt out เพื่อห้ามติดตามได้ หรือชอบหัวข้ออะไรเป็นพิเศษก็ตั้งค่าเองได้ครับ

Monday, September 14, 2009

สาเหตุหนึ่งที่ไต้หวันเจริญกว่าประเทศไทย: คุกยกครัว


ทำชั่วแล้วโดนลงโทษเร็วไว ไม่ต้องรอชาติหน้า จำเลยหนีไปต่างประเทศไม่ได้ ปลุกระดมผู้คนไม่ได้เพราะศาลไม่ให้ประกันตัว ญาติๆที่ร่วมคอรัปชั่นก็โดนลงโทษด้วย


นายเฉินเนี่ยเคยมีข่าวว่ากุเรื่องตนเองถูกลอบสังหารตอนเลือกตั้งด้วยครับ ปรากฏว่าประชาชนเห็นใจเลยชนะไปหวุดหวิดตอนนั้น ผมไม่เคยเชื่อเลยเพราะมือสังหารปัญญาอ่อนอะไรจะยิงเฉียดๆท้องด้วยกระสุนเล็กๆขนาด .22 (กระสุนเล็กต้องยิงหัว ถ้าจะยิงตัวควรใช้กระสุนใหญ่ๆแรงๆหน่อย) ไอ้มุกควายกุข่าวว่าจะถูกลอบสังหารเนี่ยนักโทษชายทักษิณเขาก็เก่ง แอร์เครื่องบินติดไฟก็บอกว่ามีคนจะฆ่า มีคนเอาระเบิดใส่รถวิ่งไปจอดเปิดท้ายห่างจากบ้านเป็นกิโลก็บอกว่าจะมีคนฆ่า

Friday, September 11, 2009

SaiJai.net ได้ออกรายการล้านพันธมิตร

(ถ้าไม่เห็นวิดีโอกดไปที่ http://www.youtube.com/watch?v=D1VXpa_D234)

รายการล้านพันธมิตรออกอากาศใน ASTV เวลา 17:00 และ 23:00 โดยแต่ละวันจะสัมภาษณ์และนำเสนอธุรกิจของพี่น้องพันธมิตรจากทั่วประเทศ

เมื่อวันที่ 4 สิงหาคุณจูน คุณแพทและทีมงานแวะเข้ามาเยี่ยมผมที่บริษัท และได้สัมภาษณ์เกี่ยวกับ SaiJai.net พอวันที่ 18 สิงหาก็ออกอากาศ วันนี้ได้ DVD ของรายการวันนั้นมาเลยเอามาอวดครับ

ผมพล่ามเรื่อง SaiJai.net ในอดีตไว้เยอะเหมือนกันครับ

Wednesday, September 09, 2009

A Mathematical Attack On Copyright

The OFF system is a way to circumvent copyright entirely. It does this by representing any copyright data as a series of meaningless numbers distributed over many computers. Each number does not appear in the original data, but when combined with other meaningless numbers will produce the original data. Weird, but true, and easily understandable once you read the introduction.

The interesting except:

Are these numbers copyrighted? Could they be stored on two separate computers? Would that break the law? What if they were never added together? Would their existence still break the law? What if I give you two other numbers? Again, and again…

It turns out these are not philosophical nor legal questions, but purely mathematical ones. There are two consistent ways to answer the above questions. One leads to the conclusion that “All numbers are already copyrighted.” The other leads to the conclusion that, “There exists encodings of copyrighted numbers that are NOT copyrighted.”

If the first conclusion is true, digital copyright is pointless. If the second is true digital copyright is meaningless.




Monday, August 24, 2009

Useful Unicode Information For Thai Language


I needed to convert a bunch of files saved in a few Unicode encodings and I found the Unicode table for you, Unicode HOWTO (for Python), and Ascii Table MS-DOS Codepage 874 (Thai) pages very useful. I'm writing this down in case someone needs to do similar things for Thai files.